แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - siritidaphon

หน้า: [1] 2 3 ... 16
1
สูตรขัดผิวด้วยมะขามเปียกทำให้ผิวขาวใสได้อย่างไร?

สาวๆ หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมมะขามเปียกจึงกลายเป็นสมุนไพรขัดผิวขาวใส และยังเป็นที่นิยมในการนำมาใช้เป็นหนึ่งในสูตรขัดผิวขาวกันอยู่บ่อยๆ สาเหตุก็เพราะมีงานวิจัยหลากหลายสถาบันต่างก็ให้การยืนยันไว้ว่า ในมะขามเปียกนั้นมีกรด AHA อ่อนๆ จากธรรมชาติที่มีคุณสมบัติลดแรงยึดเหนี่ยวระหว่างเซลล์ผิวชั้นบนสุดให้น้อยลง กระตุ้นกระบวนการผลัดเปลี่ยนเซลล์ผิวเก่าที่เสื่อมสภาพแล้วให้หลุดออกง่ายขึ้น และทำให้เซลล์ผิวใหม่ขึ้นมาแทนที่ได้อย่างสดใส พร้อมกันนี้ ยังช่วยซ่อมแซมและเสริมสร้างเนื้อเยื่อ(คอลลาเจน) ในชั้นหนังแท้ของผิวได้เป็นอย่างดี ด้วยเหตุนี้ สาวๆ จึงมักนิยมนำมะขามเปียกมาใช้ขัดผิวอยู่เป็นประจำ เพื่อขจัดปัญหาหมองคล้ำ ฝ้า กระ รอยสิวและจุดด่างดำต่างๆ ให้หลุดออกไป อีกทั้งยังมีผลจากผู้ใช้อย่างต่อเนื่องอย่างน้อย 3 สัปดาห์ที่ค้นพบว่า ผิวหน้าและผิวพรรณทั่วเรือนร่างมีความเรียบเนียนกระจ่างใสและดูขาวขึ้นอย่างเห็นได้ชัดอีกด้วย

สูตรขัดผิวด้วยมะขามเปียก

สิ่งที่ต้องเตรียม : มะขามเปียก นมสด น้ำผึ้ง และขมิ้นผง

วิธีทำ ขยำมะขามเปียกกับนมสดจนได้ส่วนผสมเข้มข้น จากนั้นเติมน้ำผึ้งและผงขมิ้นลงไปผสม เมื่อได้ส่วนผสมที่เข้ากันแล้ว ให้นำมาขัดผิวหน้าและผิวกายจนทั่ว แล้วปล่อยไว้ประมาณ 15-20 นาที ก่อนล้างออกให้นำใยบวบมาชุบน้ำจากนั้นนำมาขัดลงบนผิวกายเบาๆ เพื่อกระตุ้นการผลัดเซลล์ผิวเก่าที่เสื่อมสภาพแล้วให้หลุดออกง่ายขึ้น จากนั้นล้างออกให้สะอาด ทั้งผิวหน้าและผิวกาย ซับผิวให้พอหมาดแล้วชโลมผิวด้วยครีมบำรุงสูตรผิวขาวทันที และอย่าลืมทาครีมกันแดดตบท้ายด้วยนะคะ สำหรับสูตรขัดผิวขาวด้วยมะขามเปียกนี้ แนะนำให้ทำสัปดาห์ละ 2-3 ครั้งตามสะดวก รับรองค่ะว่าภายในเวลา 1 เดือนคุณจะสังเกตเห็นผิวที่เริ่มมีการเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัด เพราะผิวจะขาวกระจ่างใส เรียบเนียนแถมยังนุ่มน่าสัมผัสมากกว่าที่เคยเป็น

สรรพคุณของขมิ้นและน้ำผึ้ง

ขมิ้น : สมุนไพรขัดผิวขาวที่มีสารเคอคิวมินอยด์ (cucuminoids) ซึ่งเป็นสารสีเหลืองจากธรรมชาติที่มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ สมานผิว ช่วยยับยั้งและฆ่าเชื้อแบคทีเรียบนผิวไม่ให้เจริญเติบโตได้เป็นอย่างดี นอกจากทำให้ผิวสวยเรียบเนียนและกระจ่างใสผุดผ่องแล้ว จึงใช้เป็นยารักษาสิวในตัวได้ด้วย

น้ำผึ้ง : ความหอมหวานจากน้ำผึ้งมาพร้อมน้ำตาลที่เป็นส่วนประกอบ และยังมีวิตามินแร่ธาตุอื่นๆ อีกหลายชนิดซึ่งล้วนแล้วแต่จะช่วยต้านอนุมูลอิสระ ช่วยชะลอการเกิดริ้วรอยแห่งวัย ฟื้นบำรุงผิวให้เปล่งปลั่งสดใส เนียนนุ่มชุ่มชื้น นอกจากนี้ยังช่วยลดโอกาสการเกิดสิวเสี้ยน สิวอุดตันและผดผื่นต่างๆ บนผิวได้เป็นอย่างดี

นอกจากนี้แล้ว ในส่วนของนมสดก็จะช่วยเคลือบบำรุงผิวอย่างล้ำลึก โดยจะทำให้ผิวนุ่มชุ่มชื้นอย่างเป็นธรรมชาติ สาวๆ คนไหนอยากมีผิวขาว อย่าลืมใช้สูตรขัดผิวขาวจากมะขามเปียกกันเป็นประจำนะคะ




เคล็ดลับผิวขาว จากสูตรขัดผิวด้วยมะขามเปียก ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.beautysanta.com/

2
อวสานความอ้วน ! พบกับเมนูพิซซ่าผัก อาหารเพื่อสุขภาพแคลอรีต่ำ ดีต่อตับไตไส้พุง รับสักถาดไหมคุณเพื่อน

เอ่ยถึงเมนูพิซซ่า หลายคนกังวลเรื่องแคลอรีสูงปรี๊ด โดยเฉพาะคนลดน้ำหนักนี่ต้องหลีกเลี่ยงเลยทีเดียว ลองมาทำพิซซ่าแบบคลีน ๆ กันดีไหม ขอนำเสนอวิธีทำพิซซ่าผัก เป็นสูตรทำพิซซ่าไม่อ้วน แต่ละถาดอัดแน่นไปด้วยผักและโปรตีน รับรองไม่อ้วนและสุขภาพดีขึ้นด้วย

1. พิซซ่าผักคลีน

สำหรับคนรักสุขภาพต้องลองทำเมนูพิซซ่าผักคลีน สูตรพิซซ่าไร้แป้งเพราะมีแต่ผักล้วน ๆ โดยฐานพิซซ่าทำจากกะหล่ำปลีกับแครอท ทาซอสมะเขือเทศ ท็อปด้วยอะโวคาโดและแซลมอน

ส่วนผสม พิซซ่าผัก

• กะหล่ำปลี (หั่นฝอย) 100 กรัม
• แครอท (หั่นฝอย) 100 กรัม
• ไข่ไก่ 3 ฟอง
• เชดดาร์ชีสแบบแผ่น (ไขมันต่ำ) 4 แผ่น
• ซอสมะเขือเทศคลีน (คลิกดู วิธีทำซอสมะเขือเทศคลีน)
• อะโวคาโด (หรือจะใช้เป็นผัก-ผลไม้อย่างอื่นก็ได้ เช่น มะเขือเทศ เห็ดฟาง)
• เนื้อแซลมอนแล่บาง (หรือเนื้อสัตว์อย่างอื่นแล้วแต่ชอบค่ะ)

วิธีทำพิซซ่าผัก

1. ผสมกะหล่ำปลีและแครอทหั่นฝอยกับไข่ไก่ และชีส (ใช้ชีส 2 แผ่น ฉีกให้เป็นชิ้นเล็ก ๆ) ตีผสมให้เข้ากัน
2. เทใส่ภาชนะสำหรับอบ เกลี่ยผิวหน้าให้เรียบเสมอกัน ใช้ช้อนกดให้แน่น ๆ นำเข้าเตาอบที่อุณหภูมิ 200 องศาเซลเซียส ใช้ไฟบน-ล่างประมาณ 15-20 นาที หรือจนไข่และผักเซตตัว
3. นำออกจากเตาอบ ทาหน้าด้วยซอสมะเขือเทศที่เตรียมไว้ ตกแต่งหน้าด้วยอะโวคาโดและแซลมอน
4. นำชีสอีกสองแผ่นที่เหลือมาฉีกโรยหน้าทับลงไป นำเข้าอบอีกครั้ง ใช้ไฟบน ประมาณ 10 นาที พร้อมเสิร์ฟ

2. พิซซ่าฟักทอง

ใครมีฟักทองเหลือ ๆ จับมาทำเมนูพิซซ่าผักสักถาดดีไหม พบกับเมนูพิซซ่าฟักทอง สูตรจาก คุณ isweet สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม จับฟักทองต้มตีผสมกับไข่ไก่ เสร็จแล้วนำไปจี่ในกระทะจนสุก

ส่วนผสม พิซซ่าฟักทอง

• ฟักทองต้ม (หั่นเป็นชิ้น) 2 ถ้วย
• ไข่ไก่ 1 ฟอง
• เกลือป่น
• พริกไทยดำ
• น้ำมันดอกคาโนล่า (เล็กน้อยแค่พอเคลือบกระทะ)

วิธีทำพิซซ่าฟักทอง

1. ผสมทุกอย่างให้เข้ากัน โดยหากระทะเล็ก ๆ ในการทำและใช้จานมาครอบกระทะแล้วกลับด้านใส่ในจานก่อนแล้วค่อยนำไปใส่ในกระทะอีกที จะช่วยให้คงรูปไม่แตก)
2. ใส่น้ำมันคาโนล่าพอเคลือบกระทะ เปิดไฟกลาง เทส่วนผสมทั้งหมดลงไป รอจนไข่ด้านล่างเซตตัว (เวลากลับด้านไข่มักจะแตก ให้หากระทะเล็ก ๆ ในการทำและใช้จานมาครอบกระทะแล้วกลับด้านใส่ในจานก่อน แล้วค่อยนำไปใส่ในกระทะอีกที จะช่วยให้คงรูปไม่แตก)
3. จี่จนไข่เจียวสุกเหลือง ตักขึ้นพร้อมเสิร์ฟ

3. พิซซ่าเมล็ดเจียดอกกะหล่ำ

จากที่เคยทำผัดดอกกะหล่ำใส่เนื้อสัตว์มานับครั้งไม่ถ้วน ลองเปลี่ยนมาทำเมนูพิซซ่าเมล็ดเจียดอกกะหล่ำ ใส่ดอกกะหล่ำบดกับเมล็ดเจียและเครื่องปรุง ท็อปด้วยเครื่องเคราตามชอบและเอาไปอบจนสุก

ส่วนผสม พิซซ่าเมล็ดเจียดอกกะหล่ำ

• ดอกกะหล่ำ (หั่นเป็นชิ้น ๆ) ประมาณ 454 กรัม (1 ปอนด์)
• เมล็ดเจีย 3 ช้อนโต๊ะ
• น้ำเปล่า 6 ช้อนโต๊ะ
• ผงอัลมอนด์บด 1/2 ถ้วย
• เกลือ 1/2 ช้อนชา
• ผงกระเทียม 1/2 ช้อนชา
• ออริกาโน่ 1/2 ช้อนชา
• ท็อปปิ้งพิซซ่า ตามชอบ

วิธีทำพิซซ่าเมล็ดเจียดอกกะหล่ำ

1. เปิดเตาอบที่อุณหภูมิ 400 องศาฟาเรนไฮต์ และปูกระดาษรองอบบนถาดสำหรับอบ เตรียมไว้
2. ปั่นดอกกะหล่ำในเครื่องบดอาหารพอหยาบ ๆ (ให้มีลักษณะเหมือนข้าว)
3. เทส่วนผสมดอกกะหล่ำลงในหม้อ เติมน้ำเปล่าลงไปให้ท่วมส่วนผสมแล้วต้มจนเดือด จากนั้นลดไปลงต้มต่ออีกประมาณ 5 นาที
4. เทน้ำออกจนหมด พักไว้จนอุ่นแล้วนำไปแช่แข็งประมาณ 10 นาที
5. ผสมเมล็ดเจียกับน้ำเข้าด้วยกันแล้ววางพักทิ้งไว้จนส่วนผสมเหนียว
6. นำส่วนผสมดอกกะหล่ำออกจากตู้เย็น บีบน้ำออกจนแห้งแล้วใช้ผ้าซับน้ำออกจนแห้งสนิท
7. ใส่ดอกกะหล่ำลงในอ่างผสม ตามด้วยส่วนผสมเมล็ดเจีย ผงอัลมอนด์ เกลือ ผงกระเทียม และออริกาโน่แห้ง คนผสมให้เข้ากันเป็นเนื้อเดียว จากนั้นตักใส่ถาดแล้วเกลี่ยให้เรียบ หนาประมาณ 1/4 นิ้ว
8. นำไปอบประมาณ 30 นาที เมื่ออบครบ 15 นาทีแรกให้เปิดเตาแล้วกลับแผ่นแป้งแล้วอบต่ออีก 15 นาที อบจนเป็นสีเหลืองทองและแป้งแห้ง
9. นำแป้งพิซซ่าออกมาท็อปด้วยเครื่องต่าง ๆ ตามชอบแล้วนำกลับเข้าไปอบอีกครั้งจนหน้าพิซซ่าสุกประมาณ 5-10 นาที (จากสูตรนี้ใช้ซอสมารินารา หอมใหญ่ย่าง ผักโขมสด และพาร์มีซานชีส)


เมนูอาหาร พิซซ่าผัก ไอเดียทำพิซซ่าคลีนอิ่มอร่อยไม่ทำร้ายสุขภาพ ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.parpaikin.com/เมนูอาหาร/

3
อีกไม่กี่วันก็ใกล้วันเด็กเข้ามาแล้ว เลยถือโอกาสเอาใจครอบครัวที่มีเด็กๆ กันซะหน่อย ด้วย 9 เฟอร์นิเจอร์ เด็กที่จะทำให้คุณพ่อ คุณแม่ และคุณลูกต้องชื่นชอบอย่างแน่นอน

ตู้สูง พร้อมชั้นวางของ และยังมีลิ้นชักเก็บของ แถมยังมีสติกเกอร์สีสันสดใสให้คุณติดป้ายแบ่งประเภทของในลิ้นชัก หรือตู้ได้ในสไตล์ที่ต้องการ นอกจากนั้นยังมีกล่องเก็บของทรงเตี้ยเพื่อให้เด็กๆ สามารถใช้งานได้ง่าย และสะดวกต่อการจัดเก็บของได้ด้วยตัวเอง ซึ่งตัวขาโต๊ะเองนั้นก็ยังสามารถปรับระดับได้ จึงปลอดภัยเหมาะสำหรับกับเด็กมากๆ เลย

Fort เตียงสองชั้นที่เหมาะกับครอบครัวที่มีลูกหลายคน ตัวเตียงดีไซน์โมเดิร์นสวยงาม วัสดุและการใช้งานต่างๆได้รับการรับรองมาตรฐานความปลอดภัยของรัฐบาลสหรัฐอเมริกา จึงมั่นใจได้ว่าลูกน้อยของคุณจะสามารถนอนบนเตียงนี้ และปีนขึ้นปีนลงได้อย่างปลอดภัย นอกจากนั้นตัวบันไดเองก็ยังสามารถสลับเปลี่ยนข้าง เพื่อปรับให้เหมาะสมกับพื้นที่และการใช้งานได้มากขึ้นอีกด้วย

เอาใจจิตรกรน้อยกับโต๊ะทำงานศิลปะ ที่ทำมาจากไม้ที่มีความแข็งแรง มาพร้อมกับเก้าอี้ไม้ 2 ตัว โดยมีชั้นวางอุปกรณ์ด้านข้าง กล่องใส่อุปกรณ์ และแท่นใส่ม้วนกระดาษสำหรับวาดรูป เป็นโต๊ะสำหรับเด็กๆ ที่รักในศิลปะอย่างแท้จริงเลย

ตู้เก็บของเล่นดีไซน์เรียบง่าย ดูมีสไตล์ทันสมัย ไว้เก็บของเล่น ทำให้เด็กๆ สามารถหยิบมาเล่นและเก็บเองได้ง่ายๆ ซึ่งตู้นอกจากจะเก็บของเล่นได้แล้ว ก็ยังสามารถนำมาจัดเรียงซ้อนกันเป็นชั้นๆ ได้อีกด้วย

เบาะนั่งเล่นที่เด็กๆ สามารถมารวมตัวกัน นั่งเล่น นั่งอ่านหนังสือกันได้ ความพิเศษของเบาะนี้สามารถแยกชิ้นกัน หรือเอามาต่อกันให้เป็นคอกโดยการจัดตามมุมต่างๆ ในบ้าน ที่สำคัญเฟอร์นิเจอร์ชิ้นนี้ยังไร้มุมแหลมคมที่ทำให้เกิดอันตรายกับเด็กๆ นั่นเอง คุณพ่อคุณแม่จึงมั่นใจได้เลยว่าเด็กๆ จะนั่งเล่นได้อย่างปลอดภัยไร้อุบัติเหตุอย่างแน่นอน

ชั้นวางหนังสือทรงต้นไม้ดีไซน์เก๋สุดน่ารัก ที่มีกิ่งก้านยื่นออกมา สามารถวางได้ทั้งหนังสือและของชิ้นเล็กๆ ไม่ว่าจะนำไปจัดวางตรงส่วนไหนของบ้านก็ดูน่ารักจนลืมชั้นหนังสือแบบเดิมๆไปเลย

อีกหนึ่งชั้นวางหนังสือจากตัวการ์ตูนสุดฮิต น่าจะถูกใจเด็กๆ หลายคน เพราะมีฟังก์ชั่นการใช้งานที่เหมาะสมกับเด็กๆ ใช้งานง่าย สามารถหยิบหนังสือ หรือข้าวของได้อย่างสะดวกสบาย แถมยังน่ารักมากๆ อีกด้วย


เอาใจเด็กๆ กับ 9 เฟอร์นิเจอร์ น่าใช้ รับรองว่าต้องถูกใจอย่างแน่นอน ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.gurubaan.com/เฟอร์นิเจอร์/

4
Samsung ได้เปิดตัวชุดพัฒนาเซ็นเซอร์ถ่ายภาพ ISOCELL Dual ที่มาพร้อมกับ อัลกอริทึมซอฟต์แวร์ เพื่อแก้ปัญหาการพัฒนากล้องคู่ในสมาร์ทโฟนระดับกลาง และระดับล่าง

ชุดพัฒนาดังกล่าวประกอบไปด้วยเซ็นเซอร์ 13 + 5 ล้านพิกเซล สำหรับการถ่ายภาพเอฟเฟก Bokeh (หน้าชัดหลังเบลอ), เซ็นเซอร์ 8 + 8 ล้านพิกเซล สำหรับการถ่ายภาพในที่มืด และ อัลกอริทึม ซึ่งช่วยให้ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนสามารถพัฒนาฮาร์ดแวร์ในสมาร์ทโฟนทุกระดับ รวมถึงระดับล่าง เพื่อรองรับการถ่ายภาพทั้ง 2 แบบข้างต้น ได้อย่างเบ็ดเสร็จ

Ben K. Hur รองประธานฝ่ายการตลาดของ System LSI ที่ Samsung Electronics กล่าวว่า

?ชุดพัฒนา ISOCELL Dual ครบวงร ของ Samsung นี้ จะทำให้การพัฒนาสมาร์ทโฟนเป็นเรื่องง่ายยิ่งขึ้น และช่วยให้ผู้ใช้สมาร์ทโฟนทุกระดับ สามารถใช้งานฟีเจอร์กล้องคู่ได้อย่างน่าพึงพอใจ?



Samsung เปิดตัวชุดพัฒนาเซ็นเซอร์ ISOCELL Dual: เน้นพัฒนากล้องคู่ใน สมาร์ทโฟน ทุกระดับ ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.potatotechs.com/สมาร์ทโฟน/

5
การให้อาหารปลา ควรเลือกสรรอาหารปลาที่สะอาด และมีคุณภาพดี ในปัจจุบันอาหารเม็ดก็มีการพัฒนาคุณภาพของสินค้าขึ้นไปมาก มีโปรทีนสูง และอาหารเม็ดบางชนิดก็ช่วยให้ปลาย่อยง่าย ขับถ่ายเป็นปกติ และสามารถซื้อหาได้สะดวก ควรให้อาหารแก่ปลาครั้งละน้อย ให้ปลาสามารถกินหมดได้ภายใน 5-10 นาที หากเป็นปลาเล็ก จนถึงปลาในรุ่นโทไซ ควรให้อาหารบ่อยครั้งเพื่อให้ปลาสมบูรณ์ หากไม่มีเวลามากพอ ก็สามารถหาซื้อเครื่องให้อาหารปลาอัตโนมัติ ซึ่งตั้งเวลาการให้อาหารปลา และจำนวนอาหารมากน้อยตามที่ต้องการได้ การให้อาหารสด จำพวก หนอนแดง ลูกน้ำ ก็จะทำให้ปลามีความสมบูรณ์เต็มที่ แต่ทั้งนี้อาจจะเสี่ยงต่อการติดโรคได้ จึงควรนำอาหารเหล่านี้มาฆ่าเชื้อ โดยการแช่ในน้ำที่ผสมยาที่สามารถฆ่าปรสิต ปลิงใส เห็บ และเชื้อโรคอื่น ๆ ได้ เช่น ยา Aquarium 2 , ไซเตส หรือแช่ในน้ำผสมด่างทับทิม เป็นต้น โดยแช่ไว้ในระยะเวลาประมาณ 30 นาที จากนั้นนำไปล้างในน้ำสะอาดหลาย ๆ เที่ยว แล้วจึงค่อยให้ปลากิน หรืออีกวิธีคือการนำอาหารสดล้างให้สะอาดตามขั้นตอนข้างต้น จากนั้นนำไปแช่ช่องแข็งในตู้เย็น อย่างน้อย 3 วัน แล้วจึงค่อยให้ปลากิน ก็จะสามารถควบคุมโรคได้อย่างดีที่สุด แต่อย่างไรก็ตาม ้การล้างอาหารสดให้สะอาดก่อนให้ปลากินจะแก้ไขปัญหาของเชื้อโรคที่ติดมาได้ แต่ข้อสำคัญอีกอย่างที่ไม่ควรมองข้ามก็คือเปลี่ยนถ่ายน้ำให้สะอาดหลังจากการให้อาหารสด
การจับปลาขึ้นมาจากบ่อ ควรใช้กาละมังตักปลาขึ้นมาพร้อมกับน้ำ หรือกระชอนพิเศษที่ทำขึ้นโดยเฉพาะ การจับปลาด้วยมือเปล่าควรล้างมือให้สะอาดก่อน แต่ก็ไม่ควรทำ เพราะอุณหภูมิของมือคนจะอยู่ที่ประมาณ 36.5 องศา แต่อุณหภูมิของปลาจะต่ำกว่ามาก หากต้องการจับปลาด้วยมือจริง ๆ ให้นำมือแช่ไว้ในบ่อปลาสักพักหนึ่งก่อนแล้วค่อยจับ ก็สามารถช่วยได้
เมื่อปลาป่วย ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติธรรมดาของสิ่งมีชีวิต ก็ควรรีบทำการรักษาทันที อย่าปล่อยไว้สักระยะแล้วค่อยรักษา เพราะจะทำให้ปลามีอาการทรุดลง และยากต่อการรักษา การที่ปลาจะป่วยได้จะต้องมีสาเหตุ ลองนึกย้อนหลังไปสัก 1-2 วันว่า การเลี้ยงของท่านมีอะไรผิดปกติไปบ้างหรือเปล่า เช่น ให้อาหารสดที่ไม่สะอาด , ปล่อยให้น้ำในบ่อสกปรก โดยไม่เปลี่ยนถ่ายน้ำ, น้ำฝนตกสู่บ่อ เป็นต้น การรักษาในเบื้องต้นคือการเปลี่ยนถ่ายน้ำให้สะอาด แล้วใส่เกลือสะอาดลงไปในบ่อเล็กน้อย งดการให้อาหารเด็ดขาด เปิดออกซิเจนให้แรงขึ้น คอยดูอาการ หากวันรุ่งขึ้นยังไม่ดีขึ้น ให้เติมเกลือลงในบ่อเพิ่ม รวมเป็นประมาณ 300 กรัม ต่อน้ำ 100 ลิตร ตามปกติปลาจะมีอาการดีขึ้นภายใน 1 –2 วัน
สรุปแล้ว ก็คือ น้ำสะอาด อาหารสมบูรณ์ หลีกเลี่ยงที่จะทำให้ปลาต้องปรับสภาพกะทันหัน เพียงเท่านี้ก็สามารถเลี้ยงปลาให้สวยได้แล้ว
ผมรวบรวมวิธีการเลี้ยงปลาทอง โดยอาศัยประสบการณ์ในการเลี้ยงที่ผ่านมา โดยเฉพาะปลาทอง Ranchu, Tosakin และ Jikin และอาศัยการสังเกต และสอบถาม Breeder ที่มีชื่อเสียง จากการที่ได้เดินทางไปเยี่ยมชมฟาร์มปลาที่ประเทศญี่ปุ่น แต่โดยทั่วไปแล้ว ปลาทองทุกสายพันธุ์จะมีวิธีการเลี้ยงที่ใกล้เคียงกัน ทำให้สามารถนำวิธีการเลี้ยงนี้ ไปใช้ได้กับปลาทองทุกชนิด


การเพาะ

ปลาทองจัดว่าเป็นปลาที่ดำเนินการเพาะพันธุ์ได้อย่างง่ายๆ   โดยวิธีการเพาะแบบช่วยธรรมชาติ   ปกติปลาทองจะมีการแพร่พันธุ์วางไข่ในตู้กระจกหรือบ่อที่ใช้เลี้ยงอยู่แล้ว   ซึ่งมักจะไล่ผสมพันธุ์วางไข่ในตอนเช้าของวันถัดไปหลังจากที่ผู้เลี้ยงมีการเปลี่ยนถ่ายน้ำใหม่ให้   แต่ที่ผู้เลี้ยงไม่พบว่ามีลูกปลาทองเกิดขึ้นในตู้เลี้ยงปลา   เนื่องจากว่าปลาทองเป็นปลาที่ไข่ทิ้งไม่มีการดูแลรักษาไข่   เมื่อวางไข่แล้วก็จะหวนกลับมากินไข่ของตัวเองอีกด้วย   นอกจากนั้นปลาทองตัวอื่นๆหรือปลาชนิดอื่นที่เลี้ยงรวมอยู่ในตู้ด้วย   ก็จะคอยเก็บกินไข่ที่ออกมาด้วย   กว่าที่ไข่ที่เหลืออยู่จะฟักตัวออกมา   ซึ่งต้องใช้เวลาประมาณ 2 - 3  วัน   ไข่ก็จะถูกปลาทยอยเก็บกินไปเกือบหมด   ส่วนไข่ที่รอดจากถูกกินจนตัวอ่อนฟักตัวออกมา   ตัวอ่อนที่ยังช่วยตัวเองไม่ได้ก็จะกลายเป็นอาหารที่ดีของปลาต่างๆอีก   เพราะลูกปลาจะมีขนาดพอๆกับลูกน้ำ   ทำให้ถูกจับกินไปจนหมดอย่างรวดเร็ว

                  ดังนั้นหากต้องการลูกปลาทองก็จำเป็นต้องมีการจัดการการเพาะให้ถูกต้อง   จึงจะได้ลูกปลาจำนวนมากตามต้องการ     การเพาะปลาทองจะทำได้ดี   คือ   ปลาวางไข่ง่าย   ตั้งแต่เดือนเมษายน  ถึง  เดือนกันยายน   โดยดำเนินการตามขั้นตอนดังนี้

6.1 การเตรียมบ่อเพาะ   บ่อที่เหมาะสมสำหรับการเพาะปลาทองควรเป็นบ่อซีเมนต์   มีขนาดประมาณ  1  ตารางเมตร   ขัดล้างให้สะอาดด้วยแปรงและสบู่แล้วฉีดน้ำล้างหลายๆครั้ง   จากนั้นเตรียมน้ำใหม่ที่ระดับประมาณ  20 - 25  เซนติเมตร  นอกจากนั้นยังอาจใช้กะละมังขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 50 เซนติเมตรเป็นบ่อเพาะปลาทองก็ได้

                  ปลาทองหรือปลาเงินปลาทอง   มีชื่อสามัญว่า  Goldfish   เป็นปลาสวยงามน้ำจืดที่นิยมเลี้ยงมานานแล้ว   จัดเป็นปลาที่ติดตลาด   คือเป็นปลาที่มีจำหน่ายในร้านขายปลาสวยงามทุกร้านและสามารถขายได้ราคาดีตลอดปี   โดยทั่วไปจัดว่ามีถิ่นกำเนิดจากประเทศจีน   ซึ่งชาวจีนจะเรียกปลาทองที่ได้จากแหล่งน้ำธรรมชาติว่า Chi Yu  และเรียกปลาทองที่เลี้ยงอยู่ตามบ้านว่า Chin Chi Yu   ในประเทศญี่ปุ่น   ปลาทองได้รับความนิยมเลี้ยงกันอย่างมาก   และมีการพัฒนาวิธีการเพาะพันธุ์   มีการคัดเลือกปลาที่มีลักษณะเด่นต่างๆมาผสมพันธุ์กัน   ทำให้ได้ปลาทองที่มีลักษณะสวยงามขึ้นมาหลายชนิด   และได้รับความนิยมแพร่หลายไปยังประเทศต่างๆ
1 ประวัติของปลาทอง           

                ชาวจีนเป็นชาติแรกที่นิยมเลี้ยงปลาทอง  โดยปลาทองสายพันธุ์ดั้งเดิมไม่มีความสวยงาม มากนัก   มีลักษณะทั่วไปคล้ายปลาไน   เพียงแต่ว่ามีสีสันสวยงามและสดกว่าปลาไน   





รวบรวมวิธีการเลี้ยงปลาทอง ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.petcitiz.info/รู้ก่อนคิดเลี้ยงปลาทอง/

6
ถ้าอยากรู้ว่ามีดอกไม้อะไรที่มีความหมายดี เหมาะกับการตกแต่งบ้าน และช่วยเสริมดวงในเรื่องใดได้บ้าง ก็ตามมาดูกันได้เลยค่ะ

ผู้คนส่วนใหญ่นิยมนำดอกไม้ ไม่ว่าจะเป็นดอกไม้จริง ดอกไม้ปลอม หรือรูปภาพดอกไม้ มาใช้ในการประดับตกแต่งบ้าน เนื่องจากมีสีสันที่สวยงามชวนมอง แต่รู้ไหมคะว่านอกจากจะใช้ตกแต่งเพื่อความสวยงามแล้ว ดอกไม้ยังสามารถนำพลังงานดี ๆ มาสู่บ้านของเราได้อีกด้วย โดยในวันนี้ก็ได้นำดอกไม้มงคลที่มีความหมายดีงามควรค่าแก่การประดับตกแต่งบ้านตามหลักฮวงจุ้ยมาฝาก แต่จะช่วยเสริมดวงเรื่องใดได้บ้างนั้นตามไปหาคำตอบพร้อม ๆ กันเลยค่ะ

1. ดอกโบตั๋น

ดอกโบตั๋นเป็นหนึ่งในดอกไม้มีกลิ่นหอม แถมยังเป็นดอกไม้ที่สวยงาม บริสุทธิ์ นุ่มนวล และน่าหลงใหล จึงเชื่อกันว่าถ้าหากนำดอกโบตั๋นสีชมพูไปประดับตกแต่งไว้ในห้องนอน ก็จะช่วยเสริมดวงเรื่องความรักและความสัมพันธ์ที่ดีของคนในครอบครัว

ดอกไม้เสริมฮวงจุ้ย

2. ดอกบัว

ตัวแทนของความสมบูรณ์แบบ ความศรัทธา และความบริสุทธิ์ อีกทั้งดอกบัวยังมีความสำคัญในทางศาสนาพุทธ ตามหลักฮวงจุ้ยจึงเชื่อกันว่า ถ้าหากมีดอกบัวอยู่ในบ้านจะช่วยให้บ้านสงบและอบอุ่นขึ้นได้นั่นเอง นอกจากนี้ยังจึงเชื่อกันอีกว่าดอกบัวสามารถช่วยเสริมพละกำลัง ความแข็งแรง และสุขภาพที่ดี หรือหากปลูกไว้ทางเข้าบ้านก็จะช่วยเสริมดวงให้ชีวิตมีความเขริญรุ่งเรืองอีกด้วย




ดอกไม้มงคลประดับ บ้าน ความหมายดี ช่วยเสริมดวงตามหลักฮวงจุ้ย ดูเพิ่มเติมได้ที่นี่ https://www.plawharn.com/category/health/

7
วันนี้ ขอมาเอาใจคุณหนุ่ม ๆ กันบ้าง เพราะเราจะพาไปเที่ยวไนท์คลับยามราตรี ที่มีทั้งเพลงฟังที่สำคัญแต่ละร้านมีแต่สาวสวย เห็นแล้วต้องบอกว่า WoW น่ารักอ่ะ … หนุ่มๆ คนไหนที่กำลังเหงาอยู่ห้ามพลาด ว่าแล้วก็ลองตามไปดูกันเลยว่ามีร้านไหนโดนใจบ้าง

เพ้อ ยินดีต้อนรับคุณด้วยสาวสวยสุดน่ารักที่พร้อมมาบริการคุณด้วยความอบอุ่น เป็นกันเอง ในบรรยากาศร้านสไตล์ Retro Cozy ที่เหมาะสำหรับนั่งชิลล์ๆ ก็ดี จะนั่งถ่ายรูปก็เก๋ แถมอาหารเครื่องดื่มก็ยังราคาไม่แพง สบายกระเป๋าจนไม่น่าเชื่อเลยทีเดียว นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมน่ารักๆ กับมุมแต่งตัวของสาวๆ แสนซนทั้งหลาย

ไม้โทผับแอนด์เรสเตอรองท์ สถานที่สำหรับคนรักแสงสี ที่กว้างขวางสะดวกสบาย บรรยากาศในร้านจะมีการแบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลักๆ ได้แก่ ชั้นล่าง ที่ประกอบไปด้วย เคาน์เตอร์บาร์ โต๊ะพูล เวทีขนาดใหญ่ และโคโยตี้สาวสวย ซึ่งเรียกได้ว่าหากใครต้องการให้ค่ำคืนนี้เป็นคืนแห่งความสนุกสนาน ความมันแบบไร้ขีดจำกัดก็เชิญได้เลย

The Resort Club คลับสุดหรูที่จะทำให้คุณสุภาพบุรุษได้ดื่มด่ำไปกับบรรยากาศที่รายล้อมด้วยบรรดาสาวๆ มากมาย พร้อมโชว์อันน่าตื่นตาตื่นใจจากศิลปินชื่อดังต่างๆ ที่มาสร้างความสนุกสนานเฮฮาร่วมกับลีลาสุดมัน ของโคโยตี้สาวสวยเซ็กซี่สุดอลังการ

ไม้เอก นารีเริงระบำ ชื่อนี้คุ้นหูสำหรับนักท่องราตรีจนเรียกได้ว่า ไม่ว่าใครก็ต้องรู้จักและคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี กับบริการสบายๆ แบบเป็นกันเองพร้อมสาวๆ วัยใส สุดน่ารักและเซ็กซี่ ที่คัดสรรมาอย่างดีเพื่อเริงระบำให้สมกับชื่อร้าน บัดนี้ร้านไม้เอกได้เปิดบริการในสถานที่ใหม่ โฉมใหม่ในสไตล์ไลท์ ฮอลล์ บนถนนเกษตร-นวมินทร์

Juicy Bar คลับเมมเบอร์โคโยตี้เบอร์หนึ่งย่านถนนวงแหวนกาญจนาภิเษก เอาใจคนย่านฝั่งธนฯ ที่ต้องการความสุนทรีย์ที่ไม่เหมือนใคร หลีกหนีความซ้ำซากจำเจสำหรับนักเที่ยวยามค่ำคืนที่ต้องการพักผ่อนด้วยบรรยากาศอันน่ารื่นรมย์ เฮฮาปาร์ตี้แบบเป็นกันเองและสนุกสนานไปกับจังหวะดนตรีที่เร้าใจตลอดคืน ส่วนสาวๆ Coyote ของที่นี่ล้วนคัดมาเฉพาะ

Neverland Club คลับไฮโซหรูหรา พร้อมสะดุดตาในทุกๆ มุมมอง ละลานตาด้วยสาวๆ วัยแรกแย้ม ที่คัดเฉพาะสวยๆ หุ่นดีกว่าร้อยชีวิต พร้อมอลังการงานสร้างกับความตระการตาบนเวที ในทุกๆ ค่ำคืน

กระฉูดผับ ริมถนนเกษตร-นวมินทร์ แหล่งรวมโคโยตี้สาววัยใส หุ่นอะร้าอร่ามกว่าร้อยชีวิต พร้อมความมันในทุกตารางนิ้ว ทุกเดือนพบกับโปรโมชั่นพิเศษ พร้อมชมฟรีคอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดังมากมาย



พาไปเที่ยวไนท์คลับยามราตรี ร้านโคโยตี้ สาวสวยในกรุงเทพฯ ดูเพิ่มเติมได้ที่นี่ http://tomorrowland.club/โคโยตี้/

8
จากประสบการณ์ของการเป็นผู้จัดอบรม/สัมมนา (ฝ่ายทรัพยากรบุคคลและฝึกอบรม) และเป็นวิทยากร คิดว่าความสำเร็จในการจัดอบรม/สัมมนาขึ้นอยู่กับปัจจัยหลาย ๆ ปัจจัยด้วยกัน แต่เท่าที่เคยได้ยินมาส่วนใหญ่หลาย ๆ องค์กร คิดว่าความสำเร็จในการจัดอบรม/สัมมนาขึ้นอยู่กับการเลือกวิทยากรเป็นสำคัญ (ตอนที่เป็นผู้จัดอบรมผมก็เคยคิดอย่างนั้น) แต่ตอนนี้ผมมาเป็นวิทยากรเองแล้วคิดว่ามีปัจจัยอีกหลายปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับความสำเร็จในการอบรม/สัมมนาในแต่ละองค์กร

ประการแรก คือ ผู้บริหารองค์กร/นโยบาย (ทุกหน่วยงาน) ต้องเห็นความสำคัญของการพัฒนาบุคลากร และให้ความสำคัญต่อการอบรม/สัมมนา เสียก่อน ถ้าผู้บริหารไม่เห็นความสำคัญ จะเหนื่อยที่ผู้จัด ต้องเสนอแล้วเสนออีก ผมเคยไปคุยกับผู้บริหารท่านหนึ่งเรื่องการจัดอบรมสัมมนา ท่านบอกว่า “ผมเอาเงินที่มาจัดอบรม/สัมมนา มาซื้อขนมให้พนักงานทานดีกว่า ได้อะไรตั้งเยอะ” ตอนนั้นผมอึ้งเลยครับที่ได้ยินคำ ๆ นี้จากปากของผู้บริหาร และผมก็อธิบายว่า ท่านซื้อขนมให้พนักงานทานก็จบแค่พนักงานได้ท่าน แต่ถ้าท่านพัฒนาบุคลากร จะต่อยอดการทำงานได้อีกเยอะ แถมค่าใช้จ่ายในการสัมมนายังสามารถลดหย่อยภาษีได้อีก ฯลฯ

ประการที่สอง คือ การทำแผนฝึกอบรมประจำปี ได้ทำแผนตามความต้องการ และสอดคล้องกับปัญหาในองค์กรหรือเปล่า , มีการทำ Training needs หรือเปล่า , มีการแบ่งหลักสูตรตามความจำเป็นแต่ละตำแหน่ง – แต่ละหน่วยงาน หรือเปล่า มีหลายๆองค์กรทำแผนพัฒนาฝึกอบรม และจัดอบรมเพื่อให้เข้าระบบคุณภาพ/กฎหมายต่าง ๆ ที่บังคับว่าต้องจัด (แค่จัดให้มีอบรมก็พอ) โดยไม่คำนึงถึงผลการพัฒนาบุคลากร หรือบางองค์กรจัดเพื่อตอบสนองความต้องการของคนจัด โดยลืมมองที่บุคลากรว่าต้องการหรือเปล่า

ปัจจัยที่สาม คือ การคัดเลือกวิทยากร ในปัจจุบันผู้จัดต้องการวิทยากรที่หลากหลาย (ได้สาระด้วย และต้องสนุก ไม่นั่งหลับ) ก็สามารถดูได้จากประวัติการเป็นวิทยากร และความถนัดในแต่ละหลักสูตรของวิทยากร แต่มีหลาย ๆ องค์กรดูจากชื่อเสียง หรือไม่ก็เคยมาบรรยายหลักสูตรนี้แล้วชอบ จะจัดอีกหลักสูตรซึ่งไม่เกี่ยวกันเลยก็จะใช้คนเดิม โดยไม่ได้สนใจว่าวิทยากรท่านนั้นถนัดหรือชำนาญสอนในหลักสูตรที่ต้องการ หรือเปล่า ผลเสียก็จะเกิดกับองค์กรเอง ผมเคยเห็นประวัติวิทยากรหลาย ๆ ท่านแบบสอนได้ทุกหลักสูตร ทั้งการจัดการ ระบบคุณภาพ ความปลอดภัย บริการ ขาย อะไรทำนองนี้ ไม่รู้ว่าท่านถนัดและชำนาญอะไร ฉะนั้นควรเลือกโดยดูจากประวัติการบรรยาย และประสบการณ์การทำงานของวิทยากรประกอบกัน จึงจะเกิดผลสำเร็จกับองค์กร


ปัจจัยความสำเร็จของการจัด ฝึกอบรม/สัมมนา ดูเพิ่มเติมได้ที่นี่ http://www.trisacademy.com/service/

9
จุลินทรีย์หอม บ่อบำบัดน้ำเสียส่วนใหญ่ในประเทศไทยจะยังไม่ค่อยสมบูรณ์แบบเท่าที่ควร เกิน 50% ขึ้นไป

ดังนั้นปัญหากลิ่นฟุ้งกระจายจากบ่อบำบัดน้ำเสียจะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝน น้ำฝนเข้าไปในระบบยิ่งทำให้กลิ่นแรงมากขึ้น ถึงแม้ระบบบำบัดน้ำเสียเป็นระบบที่ดีที่สุด ในบางครั้งยังประสบกับปัญหาระบบล้มเหลว กลิ่นจากบ่อบำบัดน้ำเสียก็เริ่มฟุ้งกระจายส่งกลิ่นไปทั่วบริเวณได้ น้ำเสียที่มีสารอินทรีย์เจือปน เช่น พืชผัก เนื้อสัตว์ แป้ง เป็นต้น เมื่ออยู่ในน้ำจะเกิดการเน่าเสียขึ้นได้ง่ายๆ

เมื่อสะสมนานๆเข้าจะเกิดปัญหากลิ่นเน่าเหม็นส่งกลิ่นไปทั่วบริเวณ และส่วนใหญ่ของเสียเหล่านี้ก็จะถูกทิ้งลงที่บ่อบำบัดน้ำเสีย ซึ่งส่วนใหญ่ยังไม่ได้ตามเกณฑ์มาตรฐานอย่างที่กล่าวไว้ในเบื้องต้นจึงเกิดปัญหากลิ่นเหม็นจากบ่อบำบัดน้ำเสียขึ้นนั่นเอง

จะแก้ไขปัญหาบ่อบำบัดน้ำเสียส่งกลิ่นเหม็นได้อย่างไร?

ในการแก้ไขปัญหาบ่อบำบัดน้ำเสียส่งกลิ่นเหม็นรบกวนบริเวณข้างเคียง ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจในปัญหานี้ก่อน น้ำที่เน่าเสียและเก็บไว้ในบ่อบำบัดน้ำเสีย ถ้าเกิดจากสารอินทรีย์จำพวกพืชผัก แป้งและเนื้อสัตว์ ก็ต้องใช้จุลินทรีย์บำบัดย่อยสลายของเสียเหล่านี้ให้มีโมเลกุลขนาดเล็กลง เมื่อปฏิกิริยาการย่อยสลายของจุลินทรีย์สมบูรณ์กลิ่นเน่าเหม็นก็จะไม่เกิดขึ้น แต่ปริมาณและความหนาแน่นของจุลินทรีย์ต้องมากกว่าปริมาณของเสียที่เกิดขึ้นจริง การย่อยสลายของเสียจึงจะสมบูรณ์แบบ กลิ่นเน่าเหม็นจึงจะหายไปได้ ถ้าปริมาณและความหนาแน่นของจุลินทรีย์ไม่เพียงพอกับปริมาณของเสียที่เกิดขึ้นจริง ( ของเสียหรือน้ำเสียมีมากกว่าปริมาณจุลินทรีย์ ) ปัญหากลิ่นเน่าเหม็นของบ่อบำบัดน้ำเสียก็ยังคงมีอยู่เหมือนเดิมต่อไป ดังนั้น การใช้จุลินทรีย์ย่อยสลายและบำบัดน้ำเสียดับกลิ่นบ่อบำบัดน้ำเสีย ต้องเพิ่มหรือเติมปริมาณของจุลินทรีย์ให้ถึงและหมั่นเติมเป็นระยะๆ ตราบใดที่ของเสียและน้ำเสียเกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา

วิธีดับกลิ่นเหม็นจากบ่อบำบัดน้ำเสียด้วยน้ำยาดับกลิ่น(จุลินทรีย์หอม)

1. กรณีที่บ่อบำบัดน้ำเสียส่งกลิ่นเหม็นไม่วิกฤติมาก เติมจุลินทรีย์หอม ปริมาณไม่น้อยกว่า 1 ลิตร ต่อ น้ำเสียปริมาตร 1 ลูกบาศก์เมตร ( 1 คิว ) โดยการเติมในบ่อแรกที่รับของเสียและน้ำเสีย หรือ บ่อที่มีปัญหากลิ่นเหม็นฟุ้งกระจาย

2. กรณีที่บ่อบำบัดน้ำเสียส่งกลิ่นเหม็นรุนแรงมาก ให้เติมจุลินทรีย์หอม ปริมาณ 3-5 ลิตร ต่อ น้ำเสีย 1 ลูกบาศก์เมตร การเติมจุลินทรีย์เหมือนในข้อ 1

ควรหมั่นเติมจุลินทรีย์ย่อยสลายเข้าไปในระบบ ( เติมจุลินทรีย์ลงในบ่อบำบัดน้ำเสียที่ส่งกลิ่นเหม็น )อย่างน้อยเดือนละครั้ง หรือสัปดาห์ละครั้งยิ่งเป็นการดีมาก เพราะจะทำให้จุลินทรีย์มีในระบบอยู่ตลอดเวลา ประสิทธิภาพในการย่อยสลายของเสียในบ่อบำบัดน้ำเสียก็จะยิ่งดีมากขึ้น ในการเติมในแต่ละครั้งไม่ควรเติมน้อยจนเกินไป ควรเติมให้พอกับปริมาณของเสียและน้ำเสียที่เกิดขึ้นจริง


การใช้จุลินทรีย์ บำบัดน้ำเสียและดับกลิ่นเหม็นในบ่อบำบัดน้ำเสียที่ส่งกลิ่นเหม็นรบกวน ดูเพิ่มเติมได้ที่นี่ https://www.bcithailand.net/บำบัดน้ำเสีย/

10
แนะนำสุดยอด ก๋วยเตี๋ยวเรือรอบกรุงเทพ! เอาใจคนรักเส้นด้วยเมนูก๋วยเตี๋ยวสุดแซ่บ ร้อนร้อนเผ็ดเผ็ด เหมาะกับสภาพอากาศบ้านเรามากที่สุด!!

นั่นก็คือก๋วยเตี๋ยวเรือ ก๋วยเตี๋ยวที่อยู่คู่กับชาวไทยมานาน ซึ่งในสมัยก่อนคนขายมักจะพายเรือขายตามริมคลอง จึงเป็นที่มาของชื่อก๋วยเตี๋ยวเรือ แต่เนื่องด้วยปัจจุบันวิถีชีวิตได้เปลี่ยนไป การขายบนน้ำจำต้องเปลี่ยนมาอยู่บนบกแทน ซึ่งยังคงรูปแบบเดิมไว้คือการเอาเรือขึ้นมาตั้งไว้ที่หน้าร้านแทนและขายกันในอาคารพาณิชย์ สำหรับส่วยประกอบของก๋วยเตี๋ยวนั้นประกอบไปด้วยเนื้อวัวหรือหมู ส่วนน้ำซุปก็จะผสมด้วยเลือดของวัวหรือหมูเช่นกัน มีรสชาติจัดจ้าน เข้มข้น แบบนี้แหละอร่อยเลิศ ผู้คนส่วนมากนิยมรับประทานคู่กับกากหมูและใบโหระพาเพื่อดับกลิ่นคาว และร้านที่เราจะแนะนำเพื่อนๆวันนี้ก็ไม่ใช่ทุกร้านหรอกนะที่จะอร่อยคู่ควรขึ้นมาเป็นร้านแนะนำ แล้วจะมีร้านไหนบ้างเลื่อนเม้าส์ลงมาอ่านต่อเลยค่ะ

แนะนำร้านก๋วยเตี๋ยวเรือในกรุงเทพฯ
1.ก๋วยเตี๋ยวเรือป๋ายักษ์ กรุงเทพฯ ร้านก๋วยเตี๋ยวเรือชื่อดังย่านอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ซอยราชเทวี 10 มีทั้งโซนริมคลองและโซนห้องแอร์ให้ลูกค้าเลือกตามใจชอบ มีลูกค้าแวะเวียนทั้งวันบรรยากาศภายในร้านแลดูคึกคัก ช่วยกระตุ้นให้เจริญอาหารอีกเท่าตัว
ร้านป๋ายักษ์เปิดให้บริการตั้งแต่ 9.00 -23.00น.เมนูแนะนำคือก๋วยเตี๋ยวน้ำตก ทานควบคู่กับเกี๊ยวทอดหรือกากหมูทอดกรอบๆเพื่อเพิ่มอรรถรสในการทานมากขึ้น เผลอแปปเดียวชามกองสูงตั้งท่วมหัวเลยค่ะ โปรโมชั่นทานครบ20ชาม แถมเป๊ปซี่ลิตร 1ขวด คุ้มสุดๆกันไปเลย

ก๋วยเตี๋ยวเรือป๋ายักษ์

2.ก๋วยเตี๋ยวเรือ ป.ประทีป มีหลายสาขามาก อาทิ รัชดา34 ข้างเซนทรัลลาดพร้าว วัดพระศรีฯบางเขน ฯลฯ ก๋วยเตี๋ยวเรือที่นี้มีขนาดชามที่เล็ก ใส่น้ำซุปขลุกขลิก ความพิเศษของร้านนี้คือรสจัดจ้าน ด้วยพริกป่นสีดำสูตรพิเศษ ทานไป ดราม่าไปทุกคำ สำหรับใครไม่ทานเผ็ด อย่าริอาจหาญกล้าท้าทายอำนาจพริกร้านนี้เลยค่ะ ต้องรีบบอกพนักงานตอนสั่งว่าไม่ใส่พริก ไม่งั้นล่ะก็ได้ทานก๋วยเตี๋ยวพร้อมน้ำตาแน่นอนค่ะ สำหรับราคาก๋วยเตี๋ยวอยู่ที่ชามละ 15 บาท แต่สาวๆ กิน 2 ชาม ก็อิ่มพอดีแล้ว บางคนอาจได้ถึงสาม ส่วนชายหนุ่มบ้าพลังจัดไปเลย 4 ชามค่ะ ในส่วนของฟังก์ชั่นเสริมของร้านนี้ไม่ใช่มีแค่กากหมูหรือเกี๊ยวทอดเท่านั้น ยังมีขนมถ้วยรสชาติหวานมันและลูกชิ้นหมูปิ้งน้ำรสจิ้มเด็ด

3.ก๋วยเตี๋ยวเรือป้าทองคำ แม่เจ้าพระคุณรุนช่องเอ้ยยย ไม่รู้จะหาคำไหนมาอธิบายถึงความอร่อยของร้านป้าทองคำนี้ ร้านคุณป้าเนี่ยมี 3 สาขาแล้วนะคะ มีที่สาขาสะพานใหม่ซอย 52 ,รามอินทรา ซอย 19 และ 21 ใครสะดวกสาขาไหนก็ไปชิมโล๊ด ความพิเศษของร้านนี้ คือรสชาติน้ำซุปที่เข้มข้นสุดๆ ไม่ต้องปรุงก็อร่อยเลิศแล้ว พูดไปน้ำลายก็ไหลเนื้อวัวเนื้อหมูก็นุ่มนิ้ม ละมุนปากไม่มีกลิ่นเหม็นสาบของเนื้อแต่อย่างใด แคปหมูติดมันแบบกรอบสุดๆ ราคาอยู่ที่ชามละ13 บาท พิเศษ 30 บาท เป็นผู้หญิงตัวเล็กอร่อยแค่ไหนไม่รู้แต่ทานพิเศษ 3 ชามเลยค่ะ




แนะนำสุดยอด ร้านอาหาร ก๋วยเตี๋ยวเรือรอบกรุงเทพ ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.plawharn.com/

11
เคล็ดลับผิวขาวง่ายๆ ทำเองได้ไม่ง้อกลูต้าอยากจะกระซิบบอกว่า ไม่ต้องไปเสียเงินซื้อยาแพงๆ หรือไปฉีดกลูต้าให้ยุ่งยาก เพราะของรอบๆตัวคุณก็สามารถทำให้คุณขาวได้

วัตถุดิบในการสร้างผิวขาว มีดังนี้เลย

1.มะขามเปียก 3-4 ฝัก
2. นมสดรสจืด
3. มะนาว
4. น้ำผึ้ง
5. เบบี้ออยล์
เตรียมของพร้อมแล้วมาเริ่มขั้นตอนกันเลย

1. อาบน้ำให้สะอาดแล้วขัดตัวก่อนด้วยเกลือขัดผิว ขัดเบาๆ ถูวนๆ เพราะไม่งั้นเกลือจะบาดผิวทำให้แสบได้นะคะ5-บำรุงผิวเพิ่มความสวย-2
2. นำส่วนผสมด้านบนที่บอกไปตอนแรก มาผสมรวมกัน ขยำขยี้้บดๆ ให้เข้ากันเป็นเนื้อเดียว

3.นำมาพอกผิวให้ทั่ว ทิ้งไว้ประมาณ 15-20 นาที ระหว่างพอกอาจจะมีอาการคันยิบๆบ้างไม่ต้องตกใจนะคะ เพราะมะขามเป็นกรด AHA ตามธรรมชาติ จะรู้สึกยิบๆบ้าง หลังจากนั้นล้างออกด้วยน้ำสะอาด 5-บำรุงผิวเพิ่มความสวย-4
4. ขั้นตอนสุดท้ายคือบำรุงผิวด้วยครีมบำรุงผิว เพื่อทำให้ผิวชุ่มชื้น

สูตรนี้สามารถทำได้อาทิตย์ละ 1-2 ครั้ง อยากสวยไวก็ทำบ่อยๆ จะได้มีผิวขาวเนียน ออร่ากระจ่างใส ไม่ง้อสารเคมีนะคะ



เคล็ดลับผิวขาว ง่ายๆ ทำเองได้ไม่ง้อกลูต้า ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.beautysanta.com/ขาวใสวุฒิศักดิ์/

12
วิธีทำความสะอาดเครื่องครัวสแตนเลส

1.คราบชาและกาแฟ

หม้อต้มชา กาแฟสเตนเลส หรือ พวกถ้วยสเตนเลส เมื่อใช้ไปนานๆ จะเกิดรอยคราบของชา กาแฟ ขัดถูธรรมดาคงไม่ออก แนะนำให้ล้างด้วยโซดาไบคาร์บอเนตกับน้ำผสมกันแล้วล้างออก จากนั้นล้างด้วยน้ำสบู่ ต่อด้วยน้ำอุ่นอีกครั้ง แล้วนำไปเช็ดให้แห้งเพียงเท่านี้คราบกาแฟก็จะหลุดหายไปหมด

2.มีรอยถลอก ขูดขีด

คราบสกปรกที่เกาะติดเครื่องครัว หลายๆ บ้านมักเข้าใจผิดคิดว่าคราบสกปรกเหล่านี้ต้องใช้แปรงเหล็ก หรือลวดขัดออก ซึ่งเป็นความคิดที่ผิดเพราะจะเกิดรอยขูดขีดได้ ซึ่งวิธีที่ทำความสะอาดที่ดีที่สุดคือการ ขัดด้วยลูกล้อ ขัดในไปในทิศทางเดียวกัน แล้วล้างด้วยน้ำผสมสบู่ หรือผงซักฟอก ตามด้วยน้ำสะอาดหรือล้างจนกว่าจะหมดคราบ และเช็ดแห้ง

3.กาต้มน้ำสเตนเลสเปลี่ยนสี

กาต้มน้ำเมื่อใช้ไปนานเข้ามักเปลี่ยนสี มีสีรุ้งขึ้นมา สาเหตุเพราะใช้ความร้อนที่สูงเกินไป แต่สีเหล่านี้ก็ไม่ได้เป็นอันตรายต่อร่างกายแต่แค่ดูแล้วไม่สวยงามเท่านั้นเอง สามารถทำความสะอาดได้ ด้วยน้ำยาทำความสะอาดผิวสเตนเลส หรือถ้าใช้ไปนานๆ อาจเกิดจุดขาวๆ ซึ่งไม่สามารถขจัดออกได้ด้วยวิธีปกติ เพราะเกิดจากตระกรันคาร์บอเนตเกิดจากการต้มน้ำกระด้างกับเกลือ หรือแคลเซียมและแมกนีเซียมละลายในน้ำ แนะนำให้ใช้น้ำส้มสายชูต้มให้เดือดทิ้งไว้ 10 – 15 นาที ก็จะช่วยให้คราบจุดขาวดังกล่าวหายไป

4.คราบสกปรกเกิดจากโรงงาน

เมื่อซื้อเครื่องครัวมาใหม่อาจมีคราบจารบี น้ำมัน ฝุ่นผง เศษโลหะเล็กๆ ติดมาด้วย คราบน้ำมันเหล่านี้สามารถใช้แอลกอฮอล์เช็ดบริเวณรอยเปื้อนหรือจุ่มสเตนเลสลงในแอลกอฮอล์ แล้วล้างน้ำอุ่นผสมกับสบู่หรือผงซักฟอก จากนั้นล้างออกด้วยน้ำเปล่าแล้วเช็ดให้แห้ง คราบเหล่านี้ก็จะหายไป

5.สิ่งสกปรกแข็งติด

เมื่อสแตนเลสที่คุณใช้มีคราบสิ่งสกปรกติดแน่น ให้ใช้ครีมขัด เช่น บรัสโซ ขัดไปในทิศทางเดียวกันจากนั้นล้างด้วยน้ำเย็นและเช็ดให้แห้ง หรืออีกวิธีให้ใช้สารละลายของกรดฟอสสเฟอร์ริก และล้างด้วยสารละลายแอมโมเนีย ล้างออกด้วยน้ำ และเช็ดจนแห้ง จะเช็ดได้ชัดว่าสิ่งสกปรกที่แข็งนั่นหลุดออก

6.คราบดำจากเตาแก๊ส

คราบดำเหล่านี้มักเกิดจากการใช้งาน ซึ่งความร้อนจากเตาแก๊สเป็นตัวการทำให้สีของสแตนเลสเปลี่ยน จากสีเงินเงาๆ กลายเป็นสีดำสนิทเห็นแล้วกวนใจ เคยล้างด้วยน้ำยาล้างจานแล้วยังล้างไม่ออก ให้ลองต้มน้ำเกลือแล้วนำมาเช็ดทำความสะอาด จะช่วยทำให้คราบดำหลุดออกมา ถ้าคราบยังไม่หลุดอีกให้ใช้ผงขัดเบาๆ ซึ่งวิธีนี้จะทำให้สแตนเลสเป็นรอยได้ จึงควรขัดในทิศทางเดียวกันเพื่อกลบรอยเสียบนผิวสแตนเลส

7.รอยสติ๊กเกอร์บนสแตนเลส

เครื่องครัวสแตนเลสที่ซื้อมาใหม่มักมีสติ๊กเกอร์บาร์โค๊ดติดอยู่ ซึ่งแกะออกยากมาก บางทีแกะก็มียังมีแถบกาวหลงเหลืออยู่ วิธีง่ายๆ ในการแกะสติ๊กเกอร์ออกอย่างเนียนที่สุด คือ จุ่มสเตนเลสลงในน้ำสบู่อุ่นๆ แล้วลอกออก จากนั้นจากออกด้วยน้ำสะอาด เช็ดให้แห้ง หากพบว่ายังมีคราบกาวเหลืออยู่ให้ถูกาวออกด้วยเบนซิน ล้างด้วยน้ำสบู่จนกว่าคราบน้ำมันจะหมด เช็ดให้แห้งแล้วนำไปใช้งานได้เลยค่ะ

7.คราบสนิม

เครื่องครัวสแตนเลสดูเหมือนจะเกิดสนิมได้ยาก ซึ่งจริงแล้วเกิดขึ้นได้ง่ายหากโดนพวกกรด ด่าง ต่างๆ แต่ก็ไม่ต้องกังวลใจไปเพราะเรามีวิธีกำจัดสนิทออก โดยการจุ่มสแตนเลสส่วนที่เป็นสนิมลงในน้ำอุ่น ผสมสารละลายกรดไนตริก 9 ต่อ 1 ส่วน แช่ทิ้งไว้ 30 – 60 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาดหลายๆ ครั้ง หากยังพบว่ามีคราบสนิมฝั่งแน่นให้แช่ด้วยสารละลายกรดออกชาลิค ทิ้งไว้ 20 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาดน้องสนิมก็จะหลุดออกมา ซึ่งวิธีการนี้เวลาใช้จะต้องสวมถุงมือ เพื่อป้องกันผิวหนังเราจากสารเคมี


เทคนิคทำความสะอาด เครื่องครัว สแตนเลสที่ซื้อมาใหม่มักมีสติ๊กเกอร์บาร์โค๊ดติดอยู่ ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.parpaikin.com/เครื่องครัว/

13
แบบบ้านชั้นเดียว ไซส์มินิ ใครว่าบ้านหลังเล็กจะไม่น่าอยู่ ถ้าอย่างนั้นมาดูไอเดียสร้าง แบบบ้านชั้นเดียว หลังเล็กๆ ที่ทาง Gurubaan นำมาฝากกันดีกว่าค่ะ เรียกได้ว่าเป็นไอเดียให้กับคนที่อยากมีบ้านเป็นของตัวเอง แต่มีงบน้อย แม้ภายนอกจะดูเล็ก ๆ แต่บอกเลยว่าด้านในแต่ละหลังน่าอยู่มากๆ เพราะมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน อยู่ได้สบายๆ มาดูกันค่ะว่าบ้านแต่ละหลังจะน่าสนใจมากแค่ไหน

Cr.hemenwaynothemingway

ลักษณะเป็นแบบบ้านชั้นเดียว สร้างบนพื้นที่ดินแคบๆ ดีไซน์รูปทรงเรขาคณิต แต่งด้วยผนังไม้สีเข้มมีชานบ้านขนาดกว้างขวาง จัดมุมนั่งเล่น และสวนเล็กๆ ให้ความสดชื่น แถมปูสนามหญ้าในสวนอีกด้วย

Cr.archdaily

บ้านชั้นเดียว ตัวบ้านยกพื้นสูง หลังคารูปทรงแบน มุงด้วยหลังคาเมทัลชีท มาพร้อมกับระเบียงบ้านกว้างขวาง ในโทนสีน้ำตาล และสีดำ ให้ความรู้สึกแข็งแรงมั่นคง

Cr.houzz

แบบบ้านเดี่ยวที่ออกแบบด้วยงานไม้ มีขนาดกลางๆ ดีไซน์บ้านให้อยู่กลางสวน ตกแต่งด้วยสนามหญ้าสีเขียวสด และลานโล่ง ตกแต่งเพิ่มเติมไปกับต้นไม้ใหญ่ ช่วยสร้างบรรยากาศที่ชวนให้หลงไหล และดูร่มรื่นเป็นที่สุด

Cr.babbaan

ลักษณะเป็นบ้านชั้นเดียวหลังคาแบน โดยจะออกแบบให้มีส่วนเว้าตรงกลางเพื่อเพิ่มพื้นที่พักผ่อน ผนังภายนอกเป็นไม้เรียบๆ พร้อมการติดตั้งไฟสีวอร์มไลท์ ดูอบอุ่น

Cr.banidea

โครงสร้างเป็นผนังปูนเปลือยดูทันสมัย เพิ่มเติมดีเทลต่างๆ มากมายไม่ว่าจะเป็นเฉลียงไม้ หน้าต่างอลูมิเนียมสีดำ บริเวณหน้าบ้านจะติดตั้งประตูและหน้าต่างกระจกโดยรอบเพื่อเปิดให้แสงส่องผ่านมาภายในตัวบ้าน

Cr.Lavinia

บ้านชั้นเดียวรูปตัวแอล ดีไซน์ภายในมีขนาดกะทัดรัด เน้นพื้นที่ใช้สอยตอนลึก อีกทั้งยังได้รับแสงสว่างผ่านหน้าต่างกระจกบานใสที่ติดอยู่โดยรอบ เพียบพร้อมทั้งความเป็นส่วนตัว พร้อมมุมพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติ

Cr.houseplans

บ้านชั้นเดียว ดีไซน์ทันสมัย ผนังภายนอกใช้วัสดุไม้เป็นหลัก บนหลังคาทรงเพิงหมาแหงน มีพื้นที่เฉลียงไม้หลังบ้าน พร้อมพื้นที่นั่งเล่นนอกบ้าน ที่ออกแบบเพื่อการพักผ่อนในพื้นที่เปิดโล่งได้อย่างสะดวกสบาย

Cr.houseplans

บ้านไม้โมเดิร์น สร้างบนพื้นที่เนินรายล้อมด้วยธรรมชาติสีเขียว ลักษณะเป็นแบบบ้านไม้ชั้นเดียว สร้างขึ้นบนเนินจึงยกพื้นต่ำเล็กน้อยให้เล่นไปกับระดับ ผนังบ้านเป็นไม้ขัดเงาสวย หลังคาเพิงหมาแหงนมีเอกลักษณ์

Cr.Awants

แบบบ้านเรียบง่าย ลักษณะเป็นบ้านชั้นเดียว หลังคาเพิงหมาแหงน ผนังภายนอกตกแต่งด้วยงานคนกรีตและเมทัลชีทใช้โทนสีอ่อน มาพร้อมโรงจอดรถขนาดใหญ่ มีต้นไม้พุ่มขนาดเล็กหน้าบ้านเพิ่มความสดชื่นได้ไม่น้อย

Cr.pinterest

บ้านชั้นเดียว สไตล์โมเดิร์นผนังตกแต่งโทนสีเข้ม หลังคารูปทรงหน้าจั่ว มาพร้อมกับพื้นที่เฉลียงไม้หน้าบ้าน พร้อมพื้นที่นั่งเล่นนอกบ้าน ที่ออกแบบเพื่อการพักผ่อนในพื้นที่เปิดโล่งได้อย่างสะดวกสบาย



แบบ บ้านชั้นเดียว หลังเล็ก แต่น่าอยู่สุดๆ ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.gurubaan.com/บ้านชั้นเดียว/

14
หลังจากเปิดให้ชาว iOS ที่มี Invite ได้ทดลองเล่นก่อนประมาณสองสัปดาห์ก่อน

ในที่สุด Epic Games ก็พร้อมปล่อยเกม Fortnite ออกมาให้เจ้าของอุปกรณ์ iOS ทุกคนสามารถดาวน์โหลดไปเล่นได้แล้ว โดยไม่ต้องใช้ Invite แต่สนับสนุนเฉพาะอุปกรณ์รุ่นใหม่ๆ ที่ทำงานบน iOS 11 อย่าง iPhone SE, 6S, 7, 8, X หรือ iPad Mini 4, Air 2, 2017, 2018 รวมทั้ง iPad Pro Fortnite IOS

Fortnite เป็นเกมแนว Battle Royale ที่กำลังฮิตกันอยู่ในขณะนี้ ซึ่งเปิดให้ดาวน์โหลดฟรีแล้ว แต่ต้องเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตเวลาเล่น (แน่นอนมันคือเกมออนไลน์) เพราะรูปแบบการเล่นจะต้องเข้าสู่สมรภูมิรบพร้อมกับผู็เล่นคนอื่นๆ ทั่วโลกถึง 100 คน โดยมีเป้าหมายสังหารผู้เล่นคนอื่นๆ จนเหลือรอดเป็นคนสุดท้าย หรือ จะเล่นเป็นทีมก็ได้ (ทีมละ 4 คน) ที่น่าสนใจก็คือ Fortnite รองรับการเล่นแบบข้ามแพลตฟอร์มตรงนี้สุดยอดเลย เจ้าของอุปกรณ์ iOS อาจต้องแข่งขันกับผู้เล่นคนอื่นๆ ที่เล่นผ่าน PlayStation 4, Xbox One, PC หรือ Mac ย้ำกันอีกครั้งว่า Fortnite พร้อมให้ดาวน์โหลดแล้ววันนี้บน App Store สำหรับอุปกรณ์ iOS



เกมออนไลน์ โหลดให้ไว!!! Fortnite เกมแนว Battle Royale พร้อมให้ดาวน์โหลดแล้ววันนี้บน App Store สำหรับอุปกรณ์ iOS ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.potatotechs.com/เกมออนไลน์/

15
การให้น้องหมากินช็อกโกแลต อาจทำให้เกิดอันตรายจนถึงขั้นเสียชีวิตได้ เพราะช็อกโกแลตมีส่วนประกอบของสาร ทีโอโบรมีน (Theobromine) ซึ่งเป็นกลุ่มเดียวกับสารกาเฟอีน สารทีโอโบรมีนจะกระตุ้นให้มีการหลั่งสารที่เรียกกันว่า อะดรีนาลิน (Adrenaline) ซึ่งสารตัวนี้จะมีผลทำให้หัวใจเต้นเร็ว เหงื่อออกมาก หากกินในปริมาณเยอะจะทำให้เกิดอาการพิษกับน้องหมาได้

หากพูดถึง ช็อกโกแลต ใครๆ ก็ชอบกินกันใช่ไหมคะ? แต่ถ้าสำหรับน้องหมาแล้วนั้นนับว่าเป็นอันตรายมากๆ เพราะหากเราให้น้องหมาทานเข้าไปในปริมาณที่มากเกินไป ก็จะส่งผลเสียต่อตัวน้องหมา ด้วยความเคยชินของเราที่คิดว่าอะไรที่เรากินได้ น้องหมาของเราก็จะกินได้ ก็พลอยทำให้คนส่วนใหญ่ไม่ระมัดระวังกัน วันนี้เราจะมาคลายข้อสงสัยกันว่า เพราะอะไรเราถึงไม่ควรให้น้องหมาทานช็อกโกแลตค่ะ มาดูกันเลย

ช็อกโกแลตมีส่วนประกอบของสารชนิดหนึ่งชื่อว่า ทีโอโบรมีน (Theobromine) ซึ่งเป็นกลุ่มเดียวกับสารพวกกาเฟอีน (ซึ่งมีในพวกกาแฟ โกโก้) สารทีโอโบรมีนนี้เมื่ออยู่ในร่างกายมันจะมีฤทธิ์หลายอย่าง แต่ที่เห็นเด่นชัดคือ จะกระตุ้นให้มีการหลั่งสารที่เรียกกันว่า อะดรีนาลิน (Adrenaline) ซึ่งสารตัวนี้จะมีผลทำให้หัวใจเต้นเร็ว เหงื่อออกมาก หากให้สุนัขกินในปริมาณเยอะ อาจถึงขั้นเป็นพิษ จะทำให้เกิดอาการอาเจียน ท้องเสีย หายใจถี่ ฉี่บ่อย กระวนกระวาย และในที่สุดก็ถึงตายได้ มีรายงานบอกว่า ในสุนัขที่น้ำหนักไม่เกิน 5 กิโลกรัม กินเข้าไปแค่ 400 มิลลิกรัม ก็สามารถแสดงความเป็นพิษได้ การที่สุนัขค่อนข้างจะไวต่อความเป็นพิษของทีโอโบรมีนนั้น เป็นเพราะว่าร่างกายของมันไม่สามารถที่จะกำจัดทีโอโบรมีนออกจากร่างกายได้รวดเร็วเหมือนกับสัตว์ชนิดอื่น ตามปกติช็อกโกแลตที่ขายในท้องตลาด ถ้าเป็นแบบหวานจะมีทีโอโบรมีนอยู่ประมาณ 1.5 มิลลิกรัม ต่อ ซีซี แต่ถ้าเป็นแบบไม่หวานจะมีประมาณ 13 มิลลิกรัม ต่อ ซีซี เลยนะคะ เรียกได้ว่าอร่อยแต่อันตรายมากๆ เลยค่ะ

วิธีการดูแลน้องหมาที่กินช็อกโกแลตเข้าไป

1.ปรึกษาหมอ
ให้ประเมินว่าสุนัขกินช็อกโกแลตชนิดไหน และปริมาณเท่าไหร่เข้าไป คุณจะต้องมีข้อมูลของช็อกโกแลตและปริมาณที่สุนัขกินเข้าไป เมื่อคุยโทรศัพท์กับสัตวแพทย์ ข้อมูลเหล่านี้จะทำให้พวกเขาให้คำแนะนำที่ดีที่สุดแก่คุณได้ หากน้องหมากินช็อกโกแลตเข้าไปในปริมาณไม่มาก อาจจะแค่ท้องเสีย หรือปวดท้องเท่านั้น แต่อย่างไรก็ตามควรปรึกษาสัตวแพทย์เป็นดีที่สุด ไม่ว่าสุนัขของคุณกินเข้าไปมากเท่าไหร่ก็ตาม เนื่องจากผลที่เกิดขึ้นอาจไม่แน่นอน แต่ในบางกรณี สุนัขของคุณอาจจะต้องนอนค้างที่โรงพยาบาล ใช้บริการโรงพยาบาลที่เปิด 24 ชั่วโมง จะเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดค่ะ

2.การทำให้อาเจียน
พยายามทำให้น้องหมาของคุณอาเจียน โดยให้กินไฮโดรเจนเพอร์ออกไซด์ (3%) ประมาณ 1 ช้อนชา ผสมกับน้ำในสัดส่วน 50:50 ซึ่งคุณมีโอกาสอย่างมากที่จะทำมันหกถ้าคุณใช้ช้อนป้อน ให้ป้อนยาทางปากโดยใช้ไซริงค์ที่อยู่ในชุดอุปกรณ์ปฐมพยาบาล เฝ้าและสังเกตอาการอย่างใกล้ชิดประมาณ 15 นาที พาออกไปข้างนอกและเฝ้าดูอาการ จะช่วยให้น้องหมาของคุณได้เคลื่อนไหว เพราะมันจะเป็นที่ที่ดีสำหรับการทำให้น้องหมาอาเจียนได้ง่ายขึ้น แค่ห้ามให้ยาปริมาณมากกว่านี้ หากผ่านไปครึ่งชั่วโมงแล้วสุนัขยังไม่อาเจียนออกมา อย่าให้มันกินยาเข้าไปอีก เพราะถ้าให้ไฮโดรเจนเพอร์ออกไซด์ในปริมาณที่มากเกินไป จะเป็นอันตรายต่อน้องหมาของเราค่ะ


วิธีการดูแลน้อง หมา ที่กินช็อกโกแลตเข้าไป ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.petcitiz.info/หมา/

หน้า: [1] 2 3 ... 16