ผู้เขียน หัวข้อ: สอนทำขนมปัง มาการอง ของของหวานสีสันผ่องใส หลักสูตรเปิดร้านเบเกอรี่ อาหารญี่ปุ่น  (อ่าน 6 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออนไลน์ kkthai20009

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 14952
  • เพศ: ชาย
    • ดูรายละเอียด
เรียนทำเบเกอรี่ มาการอง ของของหวานสีสันผ่องใส  หลักสูตรเปิดร้านเบเกอรี่ เรียนทำอาหาร   เรียนทำขนมปัง ขนมไทย, เบเกอรี่, เรียนทำเค้ก เบเกอรี่ฝรั่งเศส
 
เพราะเหตุใดธุรกิจร้านเบเกอรี่ถึงน่าลงทุน
สามารถทำคนเดียวได้ ด้วยเหตุว่าหากพวกเราเริ่ม จากการรับขนมจากที่อื่นมาขาย นั้นก็ไม่มีความจำเป็นที่ต้องว่าจ้างผู้ช่วย ซึ่งผู้เดียวก็สามารถดูแลร้านได้เอง ทั้งหมดทั้งปวง ไม่ต้องลงทุนสำหรับในการจ้างผู้รับจ้าง รวมทั้งวุ่นวายกับคนไม่ใช่น้อย
-เดี๋ยวนี้ ร้านขนมปัง นั้น เข้ากับ Lifestyle ของคนสมัยใหม่ เพราะว่าคนสมัยใหม่นิยม ไปนั่งตามร้านค้าของหวาน เพื่อพักผ่อน นั่งคุย สนทนากับสหาย หรือนั่งอ่านหนังสือ เพื่อผ่อนคลาย การเปิดร้านของหวานแบบเต็มรูปแบบ ก็เลยตอบปัญหาข้อนี้ได้ แล้วก็ทำรายได้ให้กับธุรกิจได้ อย่างเป็นกอบเป็นกำ อย่างแน่นอน
-ความนิยมชมชอบเบเกอรี่ ของคนสมัยใหม่ ที่มีเวลาน้อย เลือกกินเบเกอรี่เป็น อาหารจานด่วน หรือรองท้อง หลายท่านอาจเคยทราบคำว่า “กองทัพจำต้องเดินด้วยท้อง” เมื่อคุณเดินทางไกล หรืออยู่ในช่วงเวลาเร่งรีบ ไม่สามารถที่จะหาที่นั่งกินอาหารได้ การกินขนมที่ซื้อข้างทาง จะช่วยทำให้คุณคลายหิวไปได้ ก่อนที่คุณจะทำธุระเสร็จ และไปทานอาหารมื้อใหญ่ถัดไป
การเตรียมความพร้อมก่อนลงทุนในธุรกิจเบเกอรี่
ก่อนที่จะลงทุนในธุรกิจอะไรก็ตามก็ควรต้องมีการจัดแจงให้พร้อมกั่น ซึ่งธุรกิจเบเกอรี่โฮมเมดก็ไม่ได้ต่างอะไรกัน จำเป็นมากที่ผู้ลงทุนจะต้องพิจารณาถึงความพร้อมก่อนการลงทุน ซึ่งดังเช่นว่า
เงินทุน
สำคัญเป็นอันดับหนึ่งก็เพราะว่าเงินลงทุนคือปัจจัยหลักที่จะช่วยให้การเตรียมวัสดุอุปกรณ์ก่อนที่จะมีการผลิตเบเกอรี่เป็นไปด้วยดี จำนวนเงินลงทุนย่อมต่างๆนาๆตามลักษณะของธุรกิจว่าอยากให้ออกมาในลักษณะใด ซึ่งก็จะต้องวิเคราะห์และพินิจตามกำลังของตัวอง เพราะด้วยทั่วๆไปแล้วการลงทุนในขั้นแรกจะเน้นหนักไปที่สิ่งของปกรณ์ ซึ่งนับได้ว่าเป็นเงินลงทุนคงเดิม แล้วก็จะให้ผลตอบแทนกลับมาภายในช่วงระยะเวลาไม่นาน โดยเหตุนั้นควรที่จะทำการเลือกใช้วัสดุอุปกรณ์ที่คุณภาพดี มีการค้ำประกัน แม้ว่าจะราคาแพงแม้กระนั้นเชื่อมั่นได้ถึงประสิทธิภาพ
ส่วนทุนอีกอย่างคราวเรียกกันว่าทุนผันแปรแปร ได้แก่ ค่าเช่าพื้นที่ ค่าขนส่ง หรือค่าใช้สอยที่เปลี่ยนได้ จัดว่าพวกนี้เป็นเงินทุนที่ผู้ลงทุนเองจำต้องตระเตรียมไว้ล่วงหน้า เพื่อสามารถเงินทุนสามารถเวียนได้อย่างไม่ขัดข้อง
-ความรู้ความชำนาญ
ต้องสำหรับคนที่อยากเริ่มธุรกิจเบเกอรี่โฮมเมดมากมาย ด้วยเหตุว่าควรเรียนรู้ถึงใอุปกรณ์เครื่องมือเครื่องใช้และวัตถุดิบทุกอย่างในการทำเบเกอรี่ ควรศึกษาว่าแป้งมีกี่ประเภท น้ำตาลหรือวัตถุดิบตัวอึ่นๆมีคุณสมบัติอย่างไรใช้เป็นส่วนผสมในเบเกอรี่แต่ละประเภทเพื่ออะไร นอกเหนือจากนั้นยังจะต้องฝึกซ้อมและก็ช่ำชองสำหรับการทำ เบเกอรี่มากพอที่จะควบคุมคุณภาพแล้วก็รสได้ เพื่อให้ของหวานที่ผลิตมีคุณภาพแล้วก็รสชาติที่เหมือนกัน
ตอนนี้ มีสถานศึกษาสอนทำเบเกอรีมากไม่น้อยเลยทีเดียว พวกเราสามารถเลือกเรียนได้ ได้ตามอยาก ทั้งยังสามารถเลือกเฉพาะวิชาที่พอใจได้ ซึ่งส่วนใหญ่เขาเรียนเพียงแค่หลักสูตรเดียวก็สามารถนำมาปรับใช้รวมทั้งทำขายได้ในทันที และก็การเรียนรู้สูตรและก็การทำจากเพื่อนเกลอหรือวงศ์ญาติ ก็นับว่าเป็นเรื่องที่ดีที่จะไม่ต้องเลยค่าครองชีพสำหรับการเข้าห้องเรียนกับโรงเรียนสอนทำเบเกอรี่ต่างๆ
-ศึกษาเล่าเรียนตลาดแล้วก็คู่ปรับ
ผู้ผลิตควรทำการศึกษาเรียนรู้และทำการค้นคว้าถึงสถานการณ์การตลาดเพื่อการทำความรู้ความเข้าใจสำหรับในการดำเนินธุรกิจของพวกเรา ควรศึกษาว่ากาตลาดเบเกอรี่ในตอนนั้นๆเป็นอย่างไร มีกรุ๊ปคู่ปรับปริมาณราวๆกี่ราย และแต่ละรายมีข้อเด่นข้อด้อยอะไรบ้าง และพวกเราต้องหาลักษณะเด่นของพวกเรา แล้วก็ปรับกลอุบายเพื่อสู้กับคู่ปรปักษ์ให้ได้ การ มองหา ร้านขายของสำหรับฝากขายมีความจำเป็นมากมายสำหรับในการที่จะช่วยให้ธุรกิจของพวกเราก้าวไปด้านหน้าหรือจะถอยหลัง ร้านค้าที่เห็นควรให้ความสนใจเป็นร้านที่อยู่ในย่านชุมชน มีทำเลดี มีที่จอดรถสำหรับลูกค้าไว้พร้อม มีการเคลื่อนของจำนวนลูกค้าแล้วก็หมุนเวียนผลิตภัณฑ์ตลอดวัน รวมทั้งทางร้านค้ามีแนวโน้มที่จะช่วยเสนอสินค้าของเรา เพื่อไม่ให้สินค้าของเราถูกกักไว้เพื่อคอยส่งคืนคืนอย่างเดียว
-หาแหล่งวัตถุดิบที่เหมาะสมทั้งยังเรื่องราคาแล้วก็คุณภาพ
การซื้อวัตถุดิบสำหรับเฉพาะกระบวนการทำเบเกอรี่ ย่อมทำให้ได้วัตถุดิบที่ราคาแพงถูกกว่าซื้อตามห้างสรรพสินค้าทั่วๆไป แล้วก็ยังคงได้วัสดุอุปกรณ์สำหรับในการทำเบเกอรี่อย่างครบถ้วน
รูปแบบของธุรกิจร้านเบเกอรี่ อาชีพอิสระ รายได้ดี
-รับขนมจากที่อื่นมาขาย
Bakery ยี่ห้อ HOME ของมหาวิทยาลัยราชภัฎ สวนดุสิต เป็นตัวอย่างสุด Classic ของ ร้านเบเกอรี่ ลักษณะนี้ พวกเราจะเห็นคนนำขนมแบรนด์ HOME มาเดินขายจากที่ต่างๆหรือตั้งโต๊ะขายก็ตาม รูปแบบนี้เป็นแบบที่เริ่มต้นง่าย เพียงไปรับขนม และก็นำมาตั้งขาย ไม่ต้องจมทุนไปกับการซื้อเครื่องอบของหวาน ไม่ต้องเปลืองแรงทำ และของหวานที่ขายอร่อยแน่นอน
- ทำขนมขายเอง
หากคุณมีเงินทุนเยอะขึ้นมาหน่อย รวมทั้งเคยไปเรียนทำ Bakery มา หรือเชื่อมั่นในฝีมือ ธุรกิจร้านขนมปังจำพวกนี้ จะทำเงินได้มากกว่า เพราะพวกเราไม่ต้องไปรับของหวาน มาจากที่อื่น ซึ่งมีต้นทุนที่ซื้อมา แพงกว่าของหวานที่พวกเราทำเองอย่างแน่แท้ แต่ก็จำเป็นต้องลองชั่งน้ำหนักดูว่า เงินทุนที่ลงเพิ่มไป จะคุ้มกับรายได้ที่ได้มากขึ้นมาหรือเปล่า
- ร้านเบเกอรี่พร้อมที่นั่ง แบบเต็มรูปแบบ
ถ้าเกิดไม่ต้องการขายแค่ Bakery อย่างเดียว และก็คิดว่าของหวานที่สร้างขึ้นมา มีดีกว่าเพียงแค่จะเป็นร้านค้าทั่วๆไป ก็เปิดร้านเบเกอรี่พร้อมที่นั่ง แบบเต็มแบบได้เลย เนื่องจากราคาขนมจะขายได้แพงกว่า 2 แบบแรก โดยมีจุดมุ่งหมาย ให้เป็นจุดสำหรับเพื่อนัดพบ สำหรับคนที่มาทานขนม นั่งคุยกัน หรือนั่งอ่านหนังสือ ซึ่งเข้ากับ Lifestyle ของคนรุ่นใหม่ด้วย
 
สูตรคัพเค้ก
คัพเค้กนึ่ง
คัพเค้กทั่วไปแม้ว่าอร่อยแต่หน้าตาไม่เจิดเท่าไร ถ้ามีเวลาเตรียมตัวสำหรับงานปาร์ตี้ปีใหม่มากพอ ขอแนะนำคัพเค้กนึ่ง ไอเดียจากคุณ SongSweetSong สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม จุดเด่นคือ เนรมิตคัพเค้กเป็นหน้าตาการ์ตูนสามมิติ ทั้งหน้าแมว หน้าหมีคุมะมง และหน้าหมีริรัคคุมะ ชอบแบบไหนก็จัดไปเลยค่ะ ที่สำคัญไม่ต้องใช้เตาอบด้วยนะคะ นั่นแน่… อยากลองทำกันแล้วล่ะสิ เตรียมปากกาและกระดาษมาจดสูตรกันเลยค่ะ
ส่วนผสม คัพเค้กนึ่ง (สูตรนี้ใช้ถ้วยขนาดกว้าง 3 เซนติเมตร ได้ 5 ถ้วยค่ะ)
- ไข่ไก่ 1 ฟอง
 - น้ำตาลทราย 30 กรัม
 - นมสด 60 ซี.ซี.
 - แป้งแพนเค้กสำเร็จรูป 100 กรัม
 - เนยจืดละลาย 15 กรัม
 - แป้งสาลีอเนกประสงค์ 1 ช้อนโต๊ะ
 - สีผสมอาหารสีแดงและสีดำ
วิธีทำคัพเค้กนึ่ง
1. ตีไข่ไก่กับน้ำตาลทรายเข้าด้วยกัน ตามด้วยนมสด
 2. ใส่แป้งแพนเค้กสำเร็จรูปลงไป ตามด้วยใส่เนยละลาย ตีจนเนื้อเนียน เท่านี้ก็จะได้เนื้อแป้งที่จะทำเป็นตัวเค้กแล้วค่ะ
วิธีแต่งหน้าคัพเค้ก
1. ต่อมาเป็นส่วนสำหรับแต่งหน้าเค้กค่ะ แบ่งส่วนผสมแป้งที่ผสมแล้วออกมา 3 ช้อนโต๊ะ ผสมกับแป้งสาลีอเนกประสงค์ 1 ช้อนโต๊ะ แล้วนำมาแบ่งออกเป็น 2 ถ้วย
 2. ใส่สีผสมอาหารสีแดง และสีผสมอาหารสีดำลงไปคนให้เข้ากัน จากนั้นตักแป้งสีใส่ถุงบีบ
 3. ตักส่วนผสมแป้งใส่พิมพ์ 3/4 ของถ้วย
4. บีบสีดำและสีแดงแต่งหน้าให้สวยงาม
 5. นำไปนึ่งประมาณ 8-10 นาที (ระยะเวลาขึ้นอยู่กับขนาดของพิมพ์ที่ใช้ค่ะ ถ้าพิมพ์ใหญ่ก็จะใช้เวลามากขึ้น)
- เคล็ดลับ : ใช้ผ้าห่อฝาของหม้อนึ่ง หรือใช้กระดาษอเนกประสงค์สำหรับที่ใช้ในครัวคลุมปิดขนมก่อนจะปิดฝา (แต่ตอนนึ่งเสร็จต้องค่อย ๆ เปิด อย่าให้กระดาษอเนกประสงค์ตกลงไปโดนหน้าขนมนะคะ) เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำหยดไปโดนหน้าเค้กค่ะ
6. ต่อมาบีบส่วนหูค่ะ โดยบีบแป้งบนกระดาษไข นำไปนึ่งประมาณ 3-4 นาที จากนั้นใช้มีดแซะส่วนหูออกมาตกแต่งบนเค้ก เท่านี้ก็เรียบร้อยค่ะ


เค้กช็อกโกแลตลาวา
เอาใจคนพิเศษด้วยการทำเค้กช็อกโกแลตสักก้อนดีไหม ขอนำเสนอเค้กช็อกโกแลตลาวา สูตรจาก คุณสมาชิกหมายเลข 1567779 สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม สูตรนี้ใช้หม้อตุ๋นเค้กแทนเตาอบแสนง่าย หั่นออกมาช็อกโกแลตเยิ้มเชียว
ส่วนผสม เค้กช็อกโกแลตลาวา
• ช็อกโกแลต 115 กรัม
 • เนยจืด 125 กรัม
 • ไข่ไก่ 2 ฟอง
 • ไข่แดง 2 ฟอง
 • น้ำตาลทราย 1 ถ้วย
 • แป้งสาลีอเนกประสงค์ 30 กรัม
 • ผงโกโก้ 25 กรัม
 • ถ้วยอะลูมิเนียมฟอยล์แบบกลม
ขั้นตอนการทำส่วนผสมเค้ก
1. นำช็อกโกแลตไปละลายพร้อมกับเนยจืด
 2. ตีไข่ไก่ทั้งหมดจนขึ้นฟู ค่อย ๆ แบ่งน้ำตาลทรายเทลงไปทีละน้อยจนหมดแล้วตีจนส่วนผสมขึ้นฟู
 3. นำช็อกโกแลตกับเนยจืดที่ละลายไว้ ค่อย ๆ เทใส่ลงไปผสมกับไข่ที่ตีจนฟู (ค่อย ๆ เทแล้วคน ไม่อย่างนั้นไข่อาจจะสุก เพราะช็อกโกแลตอาจจะร้อนอยู่)
 4. ร่อนแป้งอเนกประสงค์และผงโกโก้ใส่ลงไปแล้วคนส่วนผสมให้เข้ากัน
ขั้นตอนการเตรียมพิมพ์
• ทาเนยจืดให้ทั่วถ้วยอะลูมิเนียมฟอยล์ แล้วนำแป้ง (หรือน้ำตาลทราย,ผงโกโก้) โรยลงไปให้ทั่วพิมพ์แล้วเคาะส่วนเกินออก (ขอแนะนำเป็นแป้งหรือผงโกโก้มากกว่า เพราะถ้าโรยด้วยน้ำตาลทรายมันจะเป็นเม็ด ๆ ตอนอบเสร็จ)
วิธีการอบเค้กด้วยหม้อ
1. เปิดเตา ใช้ไฟกลาง หาตะแกรงมาวางลงในหม้อก่อนจะวางถ้วยขนมลงไป (เพราะถ้าก้นขนมติดกับก้นหม้อ ขนมชั้นล่างจะไหม้)
 2. ปิดฝาหม้อแล้วก็จับเวลา ตามปกติช็อกโกแลตลาวาใช้เวลาประมาณ 10 นาที สามารถเพิ่ม-ลดเวลาได้ตามต้องการว่า อยากให้ข้างในเยิ้มแค่ไหน
หมายเหตุ : ถ้าใช้หม้ออบ ปกติก็จะใช้อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส แต่ถ้าหากว่า ใครมีกระทะไฟฟ้าก็ง่ายเลย แค่เปลี่ยนเป็น Mode "ปิ้ง" แล้วหาตะแกรงมารองก่อนวางขนมลงไปแล้วปิดฝาหรือใช้ฟอยล์ปิดแทนฝาหม้อ แต่ก็หมั่นดูขนมด้วย เพราะถ้าใช้เตาแก๊ส ไฟอาจจะแรงหรือเบาเกินไป
3. พอครบเวลานำขนมออกจากหม้อ จัดใส่จานให้สวยงาม แต่ด้วยวิปปิ้งครีม และสตรอว์เบอร์รีสดสไลซ์ พร้อมเสิร์ฟ

 
 
ที่มาที่ไปของของหวานสีสันผ่องใส มาการูนหรือมาการอง (Macaroon)
มาการูน หรือ มาการอง (Macaroon) ของหวานรูปวงกลมชนชาติฝรั่งเศส ซึ่งมีชีวิตชีวาผ่องใส สอดไส้กึ่งกลาง ชักชวนให้น่าอร่อย กำลังเป็นที่นิยมอย่างล้นหลามและประสบพบเห็นกันได้เยอะแยะตามห้าง ร้านขนมปัง หรือในโรงแรมประเทศไทยขณะนี้
 ใครกันแน่จะรู้บ้างว่าแหล่งกำเนิดที่จริงจริงของของหวานทรงกลมสีสันสดใสที่น่าอร่อยนี้เป็นของหวานที่มีต้นกำเนิดมาจากประเทศอิตาลี มาจากคำว่า "Maccaone หรือ Maccherone" ในภาษาอิตาลี มาการองหรือมาการูน เปิดตัวคราวแรกในปี ค.ศ. 1553 โดยเชฟหญิงชาวอิตาลีที่มีนามว่า Catherine de Medicis ในงานแต่งงานของเธอกับ Duc d'Orleans หรือกษัตริย์เฮนรี่ที่ 2 ของฝรั่งเศส ในอีก 21 ปีต่อมานั่นเอง
มาการองหรือมาการูน เริ่มแรกเป็นของหวานที่ทำขึ้นมาง่ายๆจากอัลมอนต์ น้ำตาลแล้วก็ไข่ขาวเพียงแค่นั้น ซึ่งเป็นของที่ราคาแพงไม่แพงและก็มีคุณค่าทางอาหาร มีการบันทึกไว้ว่าหลานสาวของ Catherine de Medicis แล้วก็ชาวฝรั่งเศสใช้รับประทานเพื่อประทังชีวิตในยุคข้าวยากหมากแพง
จนถึงช่วงต้นศตวรรษที่ 20 เค้าหน้าของ มาการองหรือมาการูน ก็เปลี่ยนไปเป็นของหวานที่มีชีวิตชีวาบาดตา และก็นำมาการูนสองแผ่นมาประกบกันโดยมีไส้ "chocolate panache (ช็อกโกแล็ตผสมครีม)" โดย Pierre Desfontaines หลายชายของ Louis Ernest Laduree (Laduree pastry and Salon de the,rue Royale) ร้านเบเกอรี่ชื่อดังในประเทศฝรั่งเศส
วิธีการทำมาการองคร่าวๆเป็น การผสมไข่ขาว น้ำตาล รวมทั้งอัลมอนด์ล้วนๆบดละเอียดจนเป็นผุยผงคล้ายแป้ง เรียกส่วนประกอบนี้ว่า เมอแรงก์ (meringue) ตักเมอแรงก์ใส่กรวยแล้วบีบลงบนถาดอบเป็นชิ้นกลมๆขนาดเล็ก รวมทั้งต้องตากทิ้งไว้ครู่หนึ่งและหลังจากนั้นก็ค่อยนำเข้าเตาอบ ออกมาเป็นฝามาการอง (Shell) แล้วทำไส้สอดไว้ตรงกลาง
 กระบวนการทำมาการองเจ้าตำรับ แตกต่างกันตั้งแต่แนวทางเตรียมเมอแรงก์แบบที่นิยมทำกันในขณะนี้ การทำมาการองแบบเจ้าตำรับนั้นจำต้องใช้วิธีจัดเตรียมเมอแรงก์แบบ "เฟรนช์ เมอแรงก์ (French Meringue)" คือการตีไข่ขาวกับน้ำตาลทรายแบบไม่ต้องต้ม ใช้มือค่อยๆตีไปเรื่อยๆซึ่งเป็นแนวทางดั้งเดิมที่คนประเทศฝรั่งเศสทำมาเมื่อร้อยปีที่ผ่านมา ร้านมาการองที่โด่งดังในขณะนี้ของฝรั่งเศสก็ยังใช้วิธีเริ่มแรกนี้อยู่ แต่เดี๋ยวนี้คนจำนวนมากไม่มีใครทำแล้ว ด้วยเหตุว่าวิธีทำยุ่งยากกว่าวิธีต้มน้ำตาลด้วยความร้อนซึ่งจะมีผลให้ผิวของมาการองต่างกัน แล้วก็แบบเริ่มแรกจำต้องใช้เวลาตากที่อุณหภูมิปกติขั้นต่ำ 3 ชั่วโมงถึงจะนำเข้าอบได้ ระหว่างที่แนวทางต้มน้ำตาล ทิ้งเอาไว้เพียง 15 นาที ก็นำเข้าเตาอบได้เลย
มาการองสมัยปัจจุบันนี้นิยมต้มน้ำตาลที่อุณหภูมิ 118 องศาเซลเซียส ซึ่งเมื่อรวมกับไข่ขาวจะมีความแน่นและก็คงตัวช่วยไม่ให้ผิวหน้ามาการองแตกจากการอบ ผิวเรียบงาม แม้กระนั้นไม่มีความนิ่มพอๆกับแนวทางตีน้ำตาลทราย ไข่ขาวรวมทั้งผงอัลมอนด์ให้ขึ้นฟูเบาๆซึ่งจำเป็นต้องอาศัยความเก่ง
แนวทางการทำมาการองต้นตำรับแบบ เฟรนช์ เมอแรงก์ ทำให้ได้ตัวฝามาการอง (Shell) ซึ่งผิวสัมผัสภายนอกจะกรอบบางๆกัดหน่อยเดียวจะเจอความนิ่มของเนื้อเชลล์แทบจะละลายในปากผสมผสานกลมกลืนไปกับรสชาติของไส้
ลักษณะเฉพาะของมาการองอีกจุดหมายถึง"ชายกลอุบายฝรั่งเศส (skirt)" คือส่วนที่เป็นรอยหยักๆบริเวณรอบๆขอบเชลล์ ซึ่งมีสาเหตุจากส่วนประกอบรวมทั้งการอบที่สมควร หากอบแล้วไม่มีสเกิร์ตเกิดขึ้น ตัวเชลล์จะเปลี่ยนเป็นขนมผิงที่กรอบทั้งชิ้น
|
ขมป้งบ้านครูแอน อร่อย การันตี เรียนแล้วทำเป็น ชัวร์
|
อยากทำขนมเค้กเป็น อยากทำขนมอร่อยๆ เรียนกับครูแอนเลย
|
ทำขนมเค้กกินเอง ขนมปัง เบเกอรี่ บ้านครูแอน สอนเป็นกันเอง เรียนจบต้องทำเป็นให้จงได้
}
คอร์สแต่งหน้าเค้ก ไส้ขนมปัง เปิดร้านเบเกอรี่ (สอนส่วนตัว) อร่อยเหาะ

ที่มา : http://www.annann201.com/

Tags : สอนทำขนมปัง, ขนมปัง, ทำเบเกอรี่