ผู้เขียน หัวข้อ: อยู่พัฒนาการ 20 สถานพยาบาลรักษาโรคแพทย์สุนัข-แมว รักษาสัตว์ป่วย รับเลี้ยงรายวัน  (อ่าน 1 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออนไลน์ kkthai20009

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 5999
  • เพศ: ชาย
    • ดูรายละเอียด
โดยหมอสัตวแพทย์ สถานพยาบาลรักษาโรคแพทย์สุนัข-แมว ฉีดวัคซีน สัตว์เลี้ยงป่วย รับเลี้ยงรายวัน สุนัข วันละ 250 บาท (รวมน้ำ+อาหารเม็ด) โทรติดต่อได้ 24 ชั่วโมง
รักษาสัตว์ป่วยทุกชนิด รับเลี้ยงรายวัน กระต่าย วันละ 250 บาท (รวมน้ำ+อาหารเม็ด)   ให้สัตว์เลี้ยงได้ออกมาวิ่งเล่นนอกกรงในสถาน  ตัดขน สุนัข ทางร้านเรามีทรงให้เลือกตามใจลูกค้าเลยค่ะ มีทรงให้เลือกที่ร้าน ทรงบลู ฯลฯ

กรรมวิธีการที่แมวจะบอกรักคุณนั้นมีดังนี้ …
1. กระโดดนั้งตักคุณ แล้วก็ใช้หน้าถูกับตัวคุณ แมวโดยมากชอบแสดงออกแบบงี้ เรียกว่าเป็นการแสดงออกแบบสากลก็ว่าได้
2. ส่งเสียงร้องเรียกคุณ “เมี้ยว เมี้ยว” เบาๆและก็ทำหน้าอ้อนๆทำตาหวานใส่แมวที่เป็นระเบียบชอบเป็นแบบนี้
3. กัดที่หน้าแข้ง หรือข้อศอกเบาๆผู้ครอบครองบางคนจะเกลียด แล้วก็เข้าใจผิดว่าแมวดุ แม้กระนั้นจริงๆ
แล้วเป็นการแสดงความรักของแมวระดับผู้นำฝูงก็ว่าได้ เนื่องจากเหล่านี้จะอ้อนไม่ค่อยเป็น
4. นวดข้างหลัง บางโอกาสเมื่อคุณนอนอยู่จะมีความเห็นว่าแมวจะขึ้นไปเดิน หรือเหยียบข้างหลังคุณ
หากว่าคุณรู้สึกพอใจมันก็จะทำบ่อยๆเพื่อให้คุณสบาย แมวพวกนี้จัดเป็นพวกไอคิวสูงขึ้นมาอีกระดับหนึ่ง
5. หอมแก้ม บางทีเวลาอุ้มแมวจะถูกแมวหอมแก้ม อันนั้นมันกล่าวว่า ” รักคุณมากมายเลยหล่ะ ”
6. แมวใช้เท้าหน้าคลำหน้าคุณ หรือตบที่หน้าเบาๆ
รูปแบบนี้ก็ดังความรู้สึกเวลาคุณลูบหน้าคนที่คุณรักนั่นแหละ
7. ลูบคลำหน้า แล้วก็ร้องๆเบาๆมันบอกคุณว่า ” รักนายจ้างเยอะที่สุดในโลกเลย ”
8. แมวเอาตัวมาเช็ดที่ขา แรงๆและร้องดังๆอันนี้เป็นการแสดงออกว่ารัก ของแมวชนิดหัวโจกชอบโวยวาย
9. กระโจนเกาะที่หลังเวลาผู้ครอบครองนั่ง แมวร่าเริง หรือแมวที่ดื้อรั้น หรือแมวเด็กๆ
มักจะแสดงออกอย่างงี้ก็ดังตอนที่ตอนคุณเด็กๆคุณก็อยากให้บิดา อุ้มหลังขึ้นเช่นเดียวกัน
10. มานอนซุกคุณเวลาคุณนอนหลับ อันนี้หมายความว่ารักมากมาย ต้องการอยู่ด้วยตลอดเวลา ถึงแม้เวลาจะนอน
 
นิสัยแมวๆตามความเชื่อของคนรุ่นเก่า
1.แมวขึ้นไปติดอยู่บนเพดานบ้าน
คนสมัยก่อนเชื่อว่า แมวที่เลี้ยงไว้ หากซนจนถึงขึ้นไปติดอยู่บนเพดานบ้านแล้วลงมิได้ คนสมัยก่อนท่านว่าจะรู้ข่าวหรือมีเครือญาติมาหา บางคนจะได้ ต้อนรับแขกบ้านแขกเมืองในวันนั้น
2.แมวที่เลี้ยงไว้หนีหายไม่ยอมเข้าใกล้
คนโบราณมั่นใจว่าถ้าหากแมวที่เลี้ยงในบ้านเห็นคนเลี้ยงที่เคยหยอกเย้าหรือเล่นด้วยลุกหนี ไม่ยอมเล่นด้วยเหมือนเคย เป็นนิมิตที่ไม่ค่อยดีนัก ขอให้ระวังศัตรูที่คอยคิดร้าย การทำงานระวังจะมีคนหักหลัง หรือคอยแกล้งให้คุณเสียชื่อเสียง
3.แมวไม่ยินยอมจับหนู
ธรรมดานิสัยแมวๆที่เลี้ยงไว้จำนวนมากจะเป็นศัตรูกับหนูรวมทั้งชอบจับหนู แม้แมวเห็นหนูแล้วไม่ยินยอมจับตามนิสัยแมวๆคนรุ่นก่อนมั่นใจว่าจะมีผลให้คนเลี้ยงหรือคนภายในบ้านโชคดี จะมีสตรี มาให้คุณด้านงานการการคลัง หรือให้โชคแบบไม่คาดคิด
4.แมวเดินตามแบบไม่ดีเหมือนปกติ
คนสมัยเก่ามีความเห็นว่าถ้าแมวที่เลี้ยงเอาไว้ในบ้านเดินตามผู้ครอบครองแบบแตกต่างจากปกติ ท่านมั่นใจว่าเจ้าของจะได้มิตรที่ดี บางบุคคลบางทีอาจได้เพื่อนยากซึ่งสามารถช่วยเหลือเกื้อกูลกัน ไปมาหาสู่กันอยู่เป็นประจำ
5.แมวชอบพันแข้งพันขามากมายแตกต่างจากปกติ
คนรุ่นเก่ามั่นใจว่าแมวที่เลี้ยงไว้ ถ้าหากเดินเข้ามาเคล้าคลอร์พันแข้งพันขาคนเลี้ยงมากมายแตกต่างจากปกติ ให้ระวังในเรื่องของอารมณ์ กระทำการสิ่งใดบากบั่นอย่าใจร้อนหุนหันพลันแล่น แล้วจะมีผลดีในวันหลัง
6.แมวมีการกระทำวิ่งวนอย่างไม่ดีเหมือนปกติ
คนโบราณมีความเห็นว่าหากแมวที่เลี้ยงไว้ภายในบ้านวิ่งวนไปบริเวณห้องอย่างไม่ปกติ หรือไม่เคยมีพฤติกรรมเหล่านี้มาก่อน คนรุ่นก่อนท่านว่าห้ามตีเพราะว่าเป็นนิมิตที่ดี จะโชคดีเรื่องทรัพย์สิน จะมีคนนำเงินทองมา ให้แบบไม่คาดคิด
 
ความลับเรื่องแมวที่คุณอาจไม่รู้จัก

1. มั่นใจว่าแมวจะขโมยลมหายใจของทารก
จริงๆแล้วแมวมิได้มีเจตนาร้ายใดๆกับเด็กอ่อนของคุณหรอกนะคะ เพียงแต่ว่าพวกมันชอบหาที่อบอุ่นๆแล้วก็สบายๆนอน ซึ่งลมหายใจของเด็กแบเบาะเป็นอุณหภูมิที่แมวอยากได้พอดิบพอดี โดยเหตุนี้เองก็เลยทำให้แมวถูกใจเข้าไปคลุกคลีกับเด็กแรกคลอดเสมอๆเท่านั้นเอง แม้กระนั้นทั้งนี้คุณก็ไม่สมควรให้แมวเข้าใกล้เด็กแบเบาะของคุณมากเกินความจำเป็นเพราะว่าเด็กอาจจะติดเชื้อโรค หรืออาจจะเป็นผลให้เด็กแรกเกิดกำเนิดภูมิแพ้ได้
2. เชื่อว่าเพศหญิงท้องไม่ควรเลี้ยงแมว
ที่จริงแล้วหญิงที่ตั้งครรภ์นั้นไม่สมควรสัมผัสตัวแมว หรือทำอะไรเกี่ยวกับแมวบ่อยมากนัก เนื่องจากว่าบางครั้งอาจจะครั้งจังหวะติดเชื้อโรคท็อกโซพลาสโมสิสจากแมวได้ โดยเฉพาะในช่วงสามเดือนแรก ซึ่งถ้าเกิดเด็กอ่อนติดเชื้อโรคอาจจะมีการเกิดอาการสมองบวมน้ำ ประสาทตาอักเสบ หรืออารมณ์เปลี่ยนไปจากปกติ ฉะนั้นหญิงตั้งครรภ์จำเป็นต้องหลีกเลี่ยงการสัมผัสตัวแมว แล้วก็สิ่งของที่เกี่ยวกับแมวทั้งสิ้นดีมากกว่า
3. มั่นใจว่าแมวดำเป็นเครื่องหมายของความโชคร้าย
จากผลจากการสำรวจคนป่วยที่เป็นโรคภูมิแพ้ในปี 2000 พบว่าผู้ป่วยโรคภูมิแพ้ส่วนมากเกิดขึ้นจากการสัมผัสแมวขอสีดำ หรือแมวขนสีเข้มมากกว่าแมวขนสีอ่อนๆถึง 4 เท่า โน่นเป็นเพราะเหตุว่าตามผิวหนัง รวมทั้งในน้ำลายของพวกแมวขนสีดำ หรือแมวขนสีแก่มีสารสำคัญในการก่อภูมิแพ้ที่เรียกว่า Fel.d1 สะสมอยู่มากยิ่งกว่าแมวขนสีอ่อน ด้วยต้นเหตุนี้เองที่ทำให้หลายท่านเชื่อว่าแมวดำจะความโชคร้ายมาให้นั่นเอง
4. เชื่อว่าแมวมี 9 ชีวิต
ความศรัทธาที่ว่าแมว มี 9 ชีวิตนั้นถูกเล่าขานเป็นตำนานกันออกไปต่างๆนานาทั่วทุกมุมโลก ไม่ว่าจะเป็นในประเทศแถบยุโรป เอเชีย อเมริกา หรือแอฟริกา โดยเฉพาะในประเทศอียิปต์ที่นับถือว่า แมวเป็นตัวแทนของทวยเทพเทวดาเลยทีเดียว เหตุที่ทำให้ผู้คนต่างรู้สึกว่าแมวมี 9 ชีวิตบางครั้งก็อาจจะเนื่องมาจากว่า ลำตัวของแมวมีความยืดหยุ่นสูง ก็เลยทำให้สามารถกระโจนจากที่สูงได้โดยไม่เจ็บ รวมทั้งแมวก็สามารถอยู่ได้ด้วยตัวเอง โดยไม่ต้องอาศัยอยู่กับผู้คนเท่านั้นเอง
5. เชื่อว่าแมวสามารถลงพื้นได้อย่างปลอดภัยทุกคราว
แม้ว่าแมวจะมีร่างกายที่ยืดหยุ่นสูง แต่ก็ใช่ว่าพวกมันจะกระโดดลงจากที่สูงลงมาได้อย่างปลอดภัยเสมอไป เนื่องจากแมวก็มีสิทธิ์พลาด และพลั้งเผลอตกลงมาได้เหมือนกัน ฉะนั้นในบางครั้งแมวก็ได้โอกาสกำเนิดรอยแผล และก็กำเนิดอาการบาดเจ็บได้เช่นกัน

 6. เชื่อว่าเสียงครางหมายถึงแมวเริ่มจะมีความสุข
เสียงครางเป็นเสียงแรกที่แมวสามารถทำเป็น ตั้งแต่อายุน้อย เนื่องจากในขณะนั้นพวกมันไม่สามารถทำเสียงสูง หรือเสียงต่ำได้ จึงทำให้คุณได้ยินเสียงครางบ่อยๆและรู้เรื่องว่าแมวกำลังมีความสำราญ ดังนั้นเสียงครางจึงไม่ได้มีความหมายว่าพวกมันกำลังมีความสบายเพียงอย่างเดียวเพียงแค่นั้น แต่อาจจะกำลังสื่อสารให้ท่านทราบว่าพวกมันกำลังป่วยไข้ หรือบาดเจ็บอยู่ก็เป็นไปได้
7. มั่นใจว่าแมวเกลียดน้ำ
ก็ใช่ว่าแมวทุกตัวจะกลัว หรือไม่ถูกใจน้ำเสมอไปหรอกนะคะ เพราะว่าแมวบางตัวก็ถูกใจเล่นน้ำเช่นกัน ตัวอย่างเช่นแมวสายพันธุ์ เตอร์กิชแวน ที่รักการว่ายน้ำเป็นชีวิตจิตใจ จนได้รับฉายาว่า “Swimming cat” เลยทีเดียว แต่ที่พวกเราเห็นว่าแมวเลี้ยงจำนวนมากไม่ค่อยเข้าใกล้จุดที่มีแหล่งน้ำสักเท่าไหร่ ก็เนื่องจากแมวคิดว่ามันไม่คุ้มกับการที่จะต้องหาเรื่องทำให้ตนเองเปียก เพื่อแลกเปลี่ยนกับปลาตัวเล็กๆในสระ ถึงแม้ว่ามีอาหารจานใหญ่รออยู่ข้างหน้าแล้วนั่นเอง
8. เชื่อว่าแมวเป็นสัตว์หาเลี้ยงชีพกลางคืน
โน่นเป็นเพราะว่าสายตาของแมวสามารถเห็นสิ่งต่างๆผ่านแสงไฟน้อยๆหรือความมืดมนในค่ำคืนได้ดีมากยิ่งกว่าแสงไฟในช่วงกลางวัน โดยเฉพาะในระยะเวลาเพล้โพล้ หรือใกล้ค่ำ จะตรงเวลาที่เหมาะสมกับการล่าเหยื่อสูงที่สุด แม้กระนั้นก็ใช่ว่าแมวจะสามารถเห็นถึงแม้ในที่มืดมิดได้หรอกนะ
9. เชื่อว่าแมวถูกใจความโดดเดี่ยว
ถึงแมวจะได้อยู่รวมกันเป็นฝูงเสมือนสัตว์จำพวกอื่นๆแม้กระนั้นพวกมันก็จะอาศัยอยู่ในพื้นที่รอบๆเดียวกัน หรือรอบๆใกล้ๆกับแหล่งของกินของพวกมันนั่นเอง โดยยิ่งไปกว่านั้นแมวเพศผู้ที่แก่ประมาณ 18 ข้างขึ้นไป ก็จะออกไปพบรับประทานตัวเดียวมากยิ่งกว่าแมวเพศภรรยา ด้วยเหตุดังกล่าวหากคุณไม่ต้องการให้แมวที่คุณเลี้ยงหนีออกไปอยู่นอกบ้าน ก็ควรจะเลี้ยงแมวตั้งแต่พวกมันอายุ 8 – 10 เดือน และควรเลี้ยงสองตัวขึ้นไป ก็จะก่อให้พวกมันมีนิสัยอยู่ติดบ้านมากกว่า เลี้ยงแมวมีอายุ หรือเลี้ยงแมวแค่เพียงตัวเดียว
สถานพยาบาลรักษาสัตว์ คนรักงหมา แมว กระต่าย กระรอกให้คำแนะนำเกี่ยวกับการดูแลสัตว์เลี้ยง ตอบได้ทุกปัญหา
 กรณีฉุกเฉินติดต่อ 24 Hrs

ที่มา : http://www.vetpattanakarn20.com/

Tags :  คลินิกรักษาสัตว์, รักษาสัตว์ พัฒนาการ, สัตวแพทย์ พัฒนาการ