ผู้เขียน หัวข้อ: วิธีการลองเหล้า วิสกี้ (Whisky)  (อ่าน 8 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ damonshoppu

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 22
  • เพศ: ชาย
    • ดูรายละเอียด
วิธีการลองเหล้า วิสกี้ (Whisky)
« เมื่อ: มิถุนายน 14, 2018, 06:55:49 AM »

 
ขั้นตอนการชิมเหล้า วิสกี้ (Whisky)
 
ขั้นตอนการชิม whisky นั้นมีหลายแบบ ซึ่งก็เหมือน wine นักลองแต่ละคนก็อาจมีแนวทางมาเพิ่มความไม่เหมือนกันไป ที่ผมจะเอ่ยถึงนี้เป็นวิธีการชิมแบบพื้นฐาน
 
1. มองสีของ whisky Malt Whisky แต่ละประเภทจะมีสีเฉพาะตั้งแต่ทองจนถึงน้ำตาลเข้ม สีนี้เกิดขึ้นได้เพราะมีสาเหตุเนื่องมาจากการบ่ม ที่ใช้ถังต่างๆ กัน ยกตัวอย่างเช่น ถังไม้โอ๊ค (Oak) ถังเชอรี่ (Sherry) ถังพอร์ต (Port) ถังสุราเบอร์เบิ้น (Bonbon) ถังที่ใช้นี้เป็นถังเก่า เพื่อที่จะได้มีรสชาติต่างๆ ซึมเข้าไปในถัง เมื่อมาบ่มแล้วจึงมีผลต่อสีแล้วก็รสของ Malt Whisky
2. ใส่แก้วแล้วปิดแก้วสักพักด้วยมือ เอามือออก นิดหน่อยสักครึ่งฝ่ามือแล้วสูดดม whisky ภาชนะที่ใช้ลองควรจะเป็นแก้วลอง (nose) ที่มีปลายแคบเหมือนแก้วกินเหล้าเชอรี่ ที่แก้ว ‘ลอง’ เป็นแบบนี้เพื่อให้กลิ่นมากระจุก อยู่ตรงปลายแก้ว จมูกนั้นรับสัมผัสได้มากกว่าลิ้น เพราะด้วยเหตุนี้จะได้รู้สึกถึงความกลมกล่อมอันเป็นคุณลักษณะเด่นของสุราแต่ละประเภทได้
3. เอามือออกจากปากแก้ว แล้วหมุนแก้วช้าๆ จะมีผลให้อะตอมของ whisky นั้นตีกันกระจาย กลิ่นจะค่อยๆ ออกมาเพิ่มมากขึ้น
4. จิบ whisky ช้าๆ เอาลิ้นสัมผัสให้ทั่วจะได้รู้รส แต่ละที่ปากจะได้รสไม่เหมือนกัน เมื่อกลืนลงไปแล้วจะได้รู้สึกว่า aftertaste (รสชาติหลังการชิม) ในปากและก็ลิ้นเป็นยังไง ปีที่นานขึ้นจะมี aftertaste มากยิ่งขึ้น
5. ลองอีกทีด้วยน้ำนิดหน่อย เพื่อจะได้รสชาติอีกแบบหนึ่ง (น้ำไปทำปฏิกิริยากับสุรา)
 
แล้วแนวทางการดื่มล่ะ? ดื่มกับชิมแตกต่างกัน ดื่มนั้นแล้วแต่สไตล์ของแต่ละคน ภาชนะที่ใช้ก็แล้ว แต่ว่าคนถูกใจแบบไหน ที่คนชอบใช้ก็มี
 
1. แก้ว crystal เพื่อความงาม ดูมีรสนิยม
2. แก้วธรรมดา ซึ่งหาง่าย ดูสี whisky ง่าย
3. แก้วนักลอง (Nosing glass) ดังที่ได้กล่าวไปแล้ว
4. จอกดื่ม whisky โบราณ (Quaich) Quaich มาจาก Cuach ซึ่งเป็นภาษา Gaelic (ภาษาพื้นบ้านของคนท้องถิ่นที่นี่) มีความหมายว่า ถ้วยก้นตื้น จอกอย่างงี้ใช้มา เป็นร้อยปีแล้ว มีหลายขนาด
 
เวลาดื่มควรจะใส่น้ำแข็ง คนที่นี่เขาไม่ผสมเลยเนื่องจากรสดีอยู่แล้ว พอไปผสมจะเสียรสชาติไป ที่ผสมควรจะผสมกับ Blended whisky ที่อายุไม่มากเท่าไรนัก เช่น Red กับ Black หรือไม่ก็ Jack Daniels เสียมากกว่า Malt ดีๆ สำหรับน้ำแข็งคนที่นี่เขาห้ามเลยล่ะ เพราะเหตุว่าน้ำแข็งจะทำให้รส เปลี่ยนไปแบบควบคุมไม่ได้ อุณหภูมิค่อยๆ เปลี่ยนแปลง บวกกับน้ำแข็งที่ละลายจะไปทำปฏิกิริยาให้รสไม่กลมกล่อมละมุนละไม On the Rock จึงไม่สมควรใช้กับ Single Malt
 
เมื่อราวปีก่อนผมได้ไปทานที่ห้องอาหาร Madison โรงแรม Regent ที่นี่เขามี Single Malt ดีๆ ให้เลือกหลายชนิด ผมจึงสั่ง whisky มาเขาถามว่าเอาน้ำแข็งไหม เนื่องจากว่าเขาใช้น้ำแข็งพิเศษจากประเทศญี่ปุ่นแบบละลายช้ามาก แล้วอุณหภูมิเย็นไม่มาก ผมก็เลยทดลองดู ปรากฏว่ารสชาติไม่ได้ต่างอะไร ซึ่งก็ดีเพราะว่าถ้าดื่ม whisky ไม่ใส่น้ำแข็งคงจะร้อนน่าดูในเมืองไทย แม้กระนั้นน้ำแข็ง พิเศษจากญี่ปุ่นราคาคงจะแพงพอสมควรอยู่ล่ะ
 
ขอเข้าเรื่องเลยก็แล้วกัน มาว่ากันถึงการแบ่งประเภทของ Single Malt Whisky Single Malt Whisky นี้มีวิธีการแบ่งเสมือนไวน์ตรงที่ประเภทต่างๆ นั่นอยู่ที่ว่าอยู่ที่ Region (ภูมิภาค) ไหน แต่ละ Region ก็จะมี Character และ Style ที่แตกต่าง เรามาดูกันเลยดีกว่าว่ามีอะไรกันบ้าง

เหล้า Single Malt Whisky
 
1. The Lowlands
Whisky ที่มาจาก Lowland นั้นมีโรงกลั่นอยู่ทางตอนใต้ของสกอตแลนด์ Whisky ที่มาจาก Lowland นั้นมีไม่เท่าไรนัก ที่มีก็ค่อยๆ ปิดเล็กลงไปเรื่อยๆ ตัวอย่างของ The Lowlands ก็คือ Auchentoshan Glenkinchie Bladnoch Littlemills (ปิด) Rosebank (ปิด) เหตุผลที่มีไม่มาก รวมทั้งปิดตัวลงไปเนื่องจากมีหลายท่านกล่าวว่า Lowlands นี้ไม่มีรสชาติที่จัดจ้าน ไม่มีลักษณะเด่นในตนเอง แม้กระนั้นส่วนตัวผมถูกใจนะ รสหญ้าอ่อนๆ นุ่มๆ เบาๆ สำหรับนักสะสมควรจะสะสมตั้งแต่ขณะนี้ ถ้าหากมันปิดไปแล้ว ก็แปลว่าหายากขึ้น อย่าง Ladyburn นี้หายากมากเลยในตอนนี้ราคาสูงเหลือเกิน (เหมาะเอาไว้เก็บ รสชาติ Ladyburn นั้นจริงๆไม่อร่อยเลย
 
2. The Highlands
Whisky เหล่านี้มาจากภาคเหนือของสกอตแลนด์ Highland นี้มี Single Malts Whisky หลากยี่ห้อมาก ทางด้านตะวันตกของ Highland นั้นมีโรงกลั่นไม่กี่แห่ง ซึ่งอยู่ค่อนข้างห่างกัน จึงเป็นการยากที่จะจำแนกแยกแยะว่ามีอะไรที่คล้ายกัน ที่เด่นที่สุดในแถบนี้เป็น Oban ในความเป็นจริงแล้วถ้าเกิดไม่คิดมากจนเกินไป แถบนี้ก็มีรสชาติแห้งๆ เค็มๆ ขมๆ รมควันหน่อยๆ
ตอนเหนือของ Highland นั้นวิสกี้จะมีรสชาติแรง เผ็ดนิดๆ ครับผม ราวกับมีเปลือกกระเทียม และลมเย็นๆ กลางทะเลผสมอยู่ในรสชาติ ถ้าเกิดอยากจะทดลอง ผมขอเสนอแนะให้เล่น Glenmorangie ครับ เนื่องจากว่าดื่มออกจะง่าย
Whisky ของ Highland แถบทางทิศตะวันออกลงไปกึ่งกลางถึงตอนใต้ของ Highland จะมีรสชาติเหมือนผลไม้หน่อย แจ่มใสหวานๆ ทานง่าย ผมขอชี้แนะ Aberfeldy รสสดชื่นแรงๆ เข้มๆ แม้กระนั้นแบบมีรสชาติผลไม้ผสมอยู่ด้วยเหมาะกับดื่มหลังรับประทานอาหารเย็นกับตอนอ่านหนังสือบนเตียงอย่างมาก
 
3. Speyside
ที่จริงแล้ว Speyside ก็เป็นส่วนใดส่วนหนึ่งของ Highland (ด้านเหนือของสกอตแลนด์) แต่ว่าที่มันแยกตัว ออกมาต่างหากก็เนื่องจากว่า มีโรงกลั่นเยอะมากมายแบรนด์ เป็นหัวใจของแหล่งผลิต Whisky เลย มีสักครึ่งหนึ่งของจำนวนโรงกลั่นทั้งหมดได้ แถบ Speyside นี้มีดินที่ดี น้ำที่ดีเป็นน้ำที่อ่อนนุ่มจากแม่น้ำที่มาจากภูเขาหินแกรนิต อากาศก็เย็นกำลังดีเหมาะกับการสร้างโรงกลั่นรวมทั้งโรงบ่ม เรียกว่าทุกอย่างเป็นใจเลยก็ได้ รสของ Speyside Wrbty ส่วนมากจะเป็นน้ำผึ้งหวานๆ หอมด้วยกลิ่นดอกไม้ ครั้งคราวก็มีรสขมแบบธรรมชาติแทรกอยู่ด้วย ในขณะเดี่ยวกันเนื่องจากมีหลายแบรนด์หลาย โรงกลั่นมากใน Speyside ก็เลยมีบ้างที่จะมีรสชาติหลายแบบ ดังเช่นว่า Macallan Glenfarclas และ Aberlour จะมีรสชาติเข้มแม้กระนั้นนุ่มลึก มีเชอร์รี่หน่อยๆ เวลาที่ Knockando Glengrant และก็ Glenlivet จะเบาลงมาหน่อย ในความเป็นจริงแล้ว Glen แปลว่า หุบเขา (valley) ใน Speyside นี้มีแม่น้ำที่ไหลผ่านหุบเขาต่างๆ พอสมควร The Glen of the livet ดูจะเป็นอันที่ดัง ที่สุด จนโรงกลั่นหลายที่ยืมชื่อไปใช้ว่าทำจากแถบ Glen of the livet ความจริงมีแค่ Glenlivet Braeval และก็ Tamnavulin ที่ทำที่หุบเขา Glen of the livet แค่นั้น รสชาติก็เลยอ่อนนุ่มลึก
 
4. Islay (อ่านว่า eye-luh)
เกาะโดยมากนั้นรวมอยู่ใน Highlands แม้กระนั้นก็มีบางเกาะที่มี Whisky รสสุดจะผิดแผกมี character เด่นส่วนตัวจนกระทั่งจำเป็นต้องแยกตัวแยกชนิดออกมาต่างหาก เป็นต้นว่า Islay ฯลฯ Whisky ดังๆ มาจาก Islay มาก เกาะเล็กๆ ยาวแค่ 25 ไมล์ ที่นี้มีดินที่สมบูรณ์บริบูรณ์ บรรยากาศเย็นจากลมทะเล โน่นเป็นที่ตั้งของ Whisky หรูๆ ที่โด่งดังอร่อยๆ อย่างเช่น Ardbeg Lagavalin Laphroaig และ Bowmore รสชาติของ Islay นั้นแรงอย่างยิ่ง สุดจะเด่นกันทั้งหมดลืมมิได้
 
5. Campbeltown
เป็น Whisky ที่มาจาก Campbeltown แต่ก่อนมีโรงกลั่น 30 แห่ง แม้กระนั้นบัดนี้เหลือแห่งเดียว Whisky ที่ดังๆ ของตรงนี้ ยกตัวอย่างเช่น Spingbank Hazelburn ยังไงก็ทดลองลองดู Springbank ผมถูกใจมากเลย ทดลองไปลองดูก็ตามใจ การทาน Whisky นั้น ยิ่งดื่มมากหลากหลายชนิดยิ่งเป็นการฝึกประสาทสัมผัส โดยเฉพาะอย่างยิ่งลิ้นกับจมูกจะไวขึ้น รสชาติแตกต่าง ก็ตามทีแต่ละคนจะถูกใจ
 
ที่มา -  เหล้านอกราคาถูก