ผู้เขียน หัวข้อ: wartscaring แนะนำรักษาตุ่ม/หูด/หงอนไก่ วิธีป้องกันวิธีรักษา ยารักษาหายได้ เชื่อค  (อ่าน 4 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออนไลน์ Cloudsupachai111

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 30305
  • เพศ: ชาย
    • ดูรายละเอียด
wartscaring ชี้แนะรักษาตุ่ม/หูด/หงอนไก่ วิธีดูแลรักษา ยารักษาหายได้ ใช้ยาสม่ำเสมอ
ลดความเสี่ยงต่อการเกิดหูด โรคหูดหงอนไก่ ลดความเสี่ยง รักษาหายทันท่วงที, ยารักษาหูดหงอนไก่ โรคนี้ส่วนใหญ่มาจากเพศสัมพันธ์
หูดหงอนไก่จำแนกแยกแยะเป็นระยะ 4 ระยะดังต่อไปนี้
1.ระยะฟักเชื้อ(HPV) ระยะนี้จะเป็นช่วงๆที่ได้รับเชื้อมาใหม่ๆแม้กระนั้นยังไม่ออกอาการเป็นติ่งให้มองเห็น จะไม่อาจจะทราบได้ว่าจะเป็นหูดหงอนไก่รึเปล่า หูดหงอนไก่สามารถฟักเชื้อได้นานถึง 6 เดือน ก็เลยแนะนำถ้าหากใครสงสัยว่าอยู่ในภาวการณ์เสี่ยงควรจะไปตรวจที่ รพ.
2.ช่วงแรกเริ่ม จะเริ่มมีตุ่มเล็กๆผุดขึ้นมาบริเวณอวัยวะเพศทั้งยัง โคน ปลาย และก็รอบรูทวาร เม็ดหูดระยะต้นจะเล็กมากมายคล้ายผื่นแต่ว่าจะไม่มีหนอง หรือคัน หรือแสบใดๆ ช่วงสัปดาห์แรกถ้าหากคนใดสังเกตุว่าเป็น จะสามารถรักษาด้วยครีมกระตุ้นภูมิต้านทานต้านทานเชื้อชื่อ aldara cream (จะลงข้อมูลตัวยาด้านล่างนะครับ)
3.ระยะขยายตัว ช่วงนี้จะอยู่ที่ 3 สัปดาห์ ขึ้นไปจนถึงขั้นเป็นมาแล้วหลายเดือน เม็ดหูดจะเริ่มขึ้นเป็นติ่งชัดเจนจนถึงขนาดเท่าหรือใหญ่มากยิ่งกว่าอันธพาลขีดไฟ หรือหัวเข็มหมุด การดูแลรักษาจำต้องใช้ยาที่มีฤทธิ์ผลัดผิวหูดให้เปื่อยยุ่ยแล้วก็ค่อยๆหลุดออก รวมทั้งเมื่อหูดเริ่มลอกก็ควรป้ายยาทำลายเชื้อควบคู่ไปด้วยเพื่อป้องกันการเกิดซ้ำ บางครั้งอาจจะไม่ 100% แต่ลดการเสี่ยงสำหรับในการกลับมาเป็นซ้ำได้มากครับ (ยารักษาก็จะเป็น wart control )
4.ระยะลุกลาม เวลานี้คือหูดจะขยายตัวเต็มกำลังด้วยเหตุว่าปลดปล่อยไว้ยาวนานมากและปลายหูดจะแตกเป็นราวกับดอกกระหล่ำ แลละรับประทานรอบๆรอบทั้งยังอวัยวะสืบพันธุ์ ในผู้ชายอาจจะมีความเสี่ยงในการที่หูดไปขัดปลายท่อเยี่ยวครับผม การดูแลรักษาจะเป็นการจี๋ไฟฟ้า หรือผ่าตัดเล็กนั่นเองครับผม
เบื่องต้นเลยถ้าหากคนใดกันแน่ต้องการรักษาโดยการจี้ไฟฟ้า จี๋ไนโตรเจนเหลว หรือการผ่าตัดในกรณีที่เป็นมากแล้วลุกลามไปทั่วแต่ว่าไม่รู้จักเกี่ยวกับสถานที่การรักษา การเข้าไปติดต่อที่ รพ.ต่างๆรวมถึงการเบิกค่ารักษาจากผลประโยชน์ต่างๆที่ท่านมีอยู่ ทดลองโทรมาหารือผมได้ขอรับ ยินดีให้คำแนะนำ รพ.ใกล้บ้านท่านโดยยิ่งไปกว่านั้น กทม เพื่อการเข้ารับการรักษาที่สบายที่สุดครับผม
ถุงยางอนามัย ช่วยได้แน่ หากใช้ถูกวิธี
อย่างไรก็แล้วแต่ ถุงยางยังช่วยป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ส่วนใหญ่ได้อย่างดีเยี่ยม เพียงจะต้องใช้ให้ถูกทาง
ควรจะเลือกขนาดของถุงยางอนามัยให้เหมาะกับขนาดของอวัยวะเพศของคุณผู้ชาย ถ้าหากยังไม่แน่ใจว่าต้องใช้แค่ไหน ให้ทดลองซื้อมาให้หลายๆขนาด แล้วสังเกตความแน่นสำหรับในการใส่
ไม่ควรสวมถุงยางเกิน 2 ชิ้นต่อการใช้ 1 ครั้ง เนื่องจากอาจส่งผลให้ถุงยางอนามัยเสียดสีกันจนขาดได้ง่าย
ควรใช้ถุงยางอนามัย 1 ครั้งต่อ 1 ชิ้น ให้เสร็จให้ทิ้งเลย ห้ามเก็บมาใช้ต่อ
สามารถใช้สารหล่อลื่นทาฉาบข้างนอกถุงยาง เพื่อให้การสอดเป็นไปได้โดยง่ายเยอะขึ้นเรื่อยๆ แม้กระนั้นควรที่จะทำการเลือกใช้จำพวกเจล ไม่ควรเลือกใช้ชนิดน้ำมัน เนื่องจากว่าบางทีอาจททำให้ถุงยางทรุดโทรม หรือฉีกให้ขาดได้
ควรรูดอากาศออกจากกระเปาะของถุงยางให้หมดก่อนสวม เพราะว่าอากาศข้างในถุงยางอนามัยอาจจะทำให้ถุงยางแตก หรือขาดได้ง่ายเพิ่มขึ้น
ข้างหลังทำกิจกรรมเสร็จเป็นระเบียบเรียบร้อย ข้างชายควรถอนของลับออกมาก่อนที่จะอวัยวะเพศจะอ่อนตัว คุ้มครองปกป้องถุงยางหลุดเข้าไปในช่องคลอดของฝ่ายหญิง
กามโรค หรือโรคติดต่อทางเพศสัมชนิด ไม่ใช่เรื่องไกลตัว
อาการทางผิวหนังอะไรบ้างที่เข้าข่ายต้องสงสัย ว่ามีสาเหตุมาจากโรคติดต่อทางเพศสัมชนิด หาคำตอบถึงที่กะไว้นี่ค่ะ
1.หูดหงอนไก่
ติ่งเนื้องอกของผิวหนัง ที่เกิดขึ้นจาก Human PApilloma Virus ซึ่งเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมประเภท
ไม่เฉพาะแต่กำเนิดได้ที่อวัยวะเพศ ยังเกิดเหมาะบริเวณลิ้น ในลำคอ
2. หนองใน
โรคหนองในเกิดขึ้นจากการต่อว่าดเชื้อแบคทีเรีย โกโนเรีย
อาการในเพศชายเป็นมีหนองออกมาจากปลายอวัยวะสืบพันธุ์
ส่วนในหญิงจะมีตกขาวขุ่น ปากมดลูกอักเสบ
3. เริมที่อวัยวะสืบพันธุ์
อาการจะเป็นกลุ่มของตุ่มน้ำ แตกออกเป็นแผลแสบ
4. แผลที่ของลับจาก ซิฟิลิส
แผลที่ของลับจะเกิดขึ้นในสามอาทิตย์หลังติดเชื้อ
5. ผมตกจากโรคซิฟิลิส
เกิดจากซิฟิลิสระยะที่สองเป็นภายในสองเดือนแรกหลังติดโรค
ลักษณะผมตกเป็นหย่อมเหมือนมอดเล็ม
6. ผื่นที่มือจากโรคซิฟิลิส
พบในโรคซิฟิลิส ระยะที่สองเหมือนกัน
โดยจะเป็นผื่นสีทองแดงมีสะเก็ด ที่มือเท้า
7.หูดข้าวสวย
เป็นตุ่มขาวขุ่นมีรอยยุบกึ่งกลางเหมือนสะดือ
8.แผลริมอ่อน
หลังมีความเสี่ยง ไม่เกินสองอาทิตย์
จะเกิดตุ่ม แตกเป็นแผลตูดแผลเลอะเทอะ
9.โรคฝีมะม่วง
มีต้นเหตุมาจากการต่อว่าดเชื้อแบคทีเรียที่ติดต่อทางเพศสมาคม
เกิดเป็นฝีที่ต่อมน้ำเหลืองที่ขาหนีบ
10 หูดที่ลิ้น
โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์สามารถเกิดอาการที่ช่องปากได้ในกรณีติดต่อจากวิธีการทำ oral sex
โรคอะไรบ้างสามารถติดต่อได้ทางเพศ
-โรคภูมิคุมกันบกพร่อง ทำให้ภูมิต้านทานผิดพลาดติดเชื้อชุบมือเปิบ
-โรคหนองใน ผลข้างเคียงเป็นต้นว่าติดโรคในอุ้งเชิงกราน ต่อมลูกหมากอักเสบ ติดเชื้อกระจัดกระจายทั่วร่างกายเป็นเยื่อหุ้มสมองอักเสบ เยื่อห่อหัวใจอักเสบได้
-โรคหนองในเทียม มีการติดโรคที่อุ้งเชิงกราน ต่อมลูกหมากอักเสบ ตามมาได้
-โรคซิฟิลิส กำเนิดแผลที่อวัยวะเพศ แม้ไม่ได้รับการรักษาระยะสุดท้ายทำให้เกิดโรคที่ศีรษะดวงใจ ระบบประสาทได้
-แผลริมอ่อน เกิดเป็นแผล ก้อนหนอง แผล ท่อปัสสาวะตีบตันได้ เพื่อดูรูป
-ฝีมะม่วง กำเนิดเป็นแผลติดเชื้อโรค แผ่ขยายมีหนองหนองอาจแตกออกเป็นท่อ ระบายหนองออกสู่ข้างนอก
-เริม เป็นแผลที่ของลับเป็นๆหายๆไม่มีการดูแลรักษาที่หายขาด
-พยาธิช่องคลอด มีตกขาวแตกต่างจากปกติ ท่อปัสสาวะอักเสบ ต่อมลูกหมากอักเสบ อุ้งเชิงกรานอักเสบ
-ติดเชื้อโรคแบคทีเรียในช่องคลอด ตกขาวมีสีและกลิ่นแตกต่างจากปกติ
-โลน เป็นตุ่มคันจากตัวโลนบริเวณของลับ
-หูดหงอนไก่ กำเนิดเป็นก้อนหูดซึ่งหลังการดูแลรักษายังสามารถกลับเป็นได้หลายครั้ง เพิ่มโอกาสการเกิดโรคมะเร็งทวารหนัก โรคมะเร็งปากมดลูก
-หูดข้าวสุก เกิดเม็ดก้อนหูดข้าวสุกบริเวณผิวหนังที่ติดเชื้อ สามารถแพร่ในตัวเองได้โดยการเกา
 
 วิธีเบื้องต้น สำหรับการรักษาหูดด้วยตัวเอง สามารถทำได้เองที่บ้าน (เป็นวิธีการที่ยังไม่ได้รับการรับรอง)

  • การกระตุ้นแอนติบอดี ด้วยการใช้ก้อนน้ำแข็งเช็ดรอบๆที่เป็นหูดจนรู้สึกชา แล้วให้ใช้เข็มทำลายเชื้อจิ้มลงไปในหูดลึกๆหลายๆครั้ง ซึ่งแนวทางลักษณะนี้จะเป็นการนำเชื้อไวรัสไปสู่กระแสเลือดเพื่อร่างกายพยายามต่อสู้กับมัน ทำให้หูดหายไปได้ในที่สุด วิธีการแบบนี้การนี้บางทีอาจได้ประสิทธิภาพที่ดีมากมายสำหรับบางบุคคล โดยเฉพาะคนที่มีหูดไม่น้อยเลยทีเดียว เนื่องจากการจิ้มหูดเพียง 1 ตุ่มบนร่างกายจะช่วยให้ร่างกายเจอหูดตุ่มอื่นๆและตรงเข้าไปทำลายได้ในทันทีทันใด
  • ทาวิตามินซี ให้ใช้วิตามินซี 1 เม็ดนำมาบดแล้วหยดน้ำลงไปเพื่อได้เป็นยาป้ายข้นๆหลังจากนั้นให้ทายาลงบนหูดแล้วปิดทับด้วยปลาสเตอร์ทิ้งเอาไว้ภายในตอนกลางวัน แล้วก็เมื่อถึงในกลางคืนให้แกะออกเพื่อผิวได้หายใจ
  • แอสไพริน ให้ใช้ยาแอสไพริน 2-3 เม็ดเอามาบดให้ละเอียด หยดน้ำลงไปนิดหน่อย แล้วนำยาที่ได้มาป้ายลงบนหูด จากนั้นให้นำปลาสเตอร์ประเภทติดแน่นมาปิดทับทิ้งไว้ 1 คืน (ในยาแอสไพรินจะมีกรดซาลิไซลิกที่ช่วยกัดหูดได้)
  • เบตาดีน ให้ทาเบตาดีนลงบนหูดแล้วปิดทับด้วยปลาสเตอร์ทิ้งไว้ตรงเวลา 1-2 วัน หลังจากนั้นแล้วก็ค่อยเปลี่ยนแปลงปลาสเตอร์ยา
  • ยาสีฟัน ให้ทายาสีฟันลงบนหูดแล้วปิดทับด้วยปลาสเตอร์ยาจำพวกติดแน่น ทิ้งไว้ราวๆ 1 คืน โดยให้ทำซ้ำไปเรื่อยจวบจนกระทั่งหูดหายไป
  • น้ำมันวิตามินอี ให้ฉีกแคปซูลวิตามินอีแล้วเช็ดน้ำมันลงบนหูดเพียงแค่เล็กๆน้อยๆ แล้วปิดทับด้วยปลาสเตอร์ในตอนเวลาเช้า และก็แกะออกในกลางคืนเพื่อผิวได้หายใจ
  • น้ำมันละหุ่ง ให้ทาน้ำมันละหุ่งลงบนหูดโดยใช้สำลีก้านวันละ 2 ครั้ง ซึ่งกรดในน้ำมันละหุ่งจะสามารถกัดเซาะหูดได้ และใช้ได้กับหูดที่มีขนาดเล็กแบนบนใบหน้าหรือหลังมือ
    คราวทรีออยล์ ให้ทาทีทรีออยล์ลงบนหูดในปริมาณเล็กน้อย แล้วปิดทับด้วยปลาสเตอร์ โดยให้ทำอย่างต่ำเป็นเวลา 3 อาทิตย์
  • น้ำมะนาว ให้บีบน้ำมะนาวลงบนหูด แล้วนำหอมใหญ่สดสับมาวางทับไว้ ให้ทำเช่นนี้ราวๆ 30 นาที วันละ 1 ครั้ง ต่อเนื่องกันเป็นเวลา 2-3 สัปดาห์
  • เปลือกของพืชเชื้อสายส้ม ให้ปอกมะนาวหรือเลมอนบางๆจนได้ขนาดใหญ่กว่าหูดบางส่วน แล้วปิดทับลงบนหูดโดยใช้ปลาสเตอร์ประเภทติดแน่นหรือเทปกาวแปะไว้อีกที แล้วให้เปลี่ยนแปลงเปลือกใหม่ทุกวี่ทุกวัน หลังจากนั้นราวๆ 1 สัปดาห์ หูดก็จะหลุดออกมา
    แคร์คอยต ให้นำสนใจรอคอยตมาหั่นเป็นชิ้นๆขูดสนใจรอตจนได้เนื้อละเอียด แล้วเติมน้ำมันมะกอกลงไปพอให้เป็นยาป้าย หลังจากนั้นเอามาทาลงบนหูด 2 ครั้งต่อวัน ตรงเวลา 30 นาที โดยให้ทำเช่นนี้ติดต่อกันเป็นเวลา 2-3 อาทิตย์
  • มะเดื่อ ให้นำมะเดื่อมาบดแล้วป้ายลงบนหูดทิ้งไว้ราวๆ 30 นาที โดยให้ทำแบบนี้ทุกเมื่อเชื่อวัน เป็นเวลา 2-3 อาทิตย์
  • ใบโหระพา ให้ใช้ใบโหระพาสดนำมาบดแล้วปิดทับลงบนหูด โดยใช้เทปปิดแผลจำพวกกันน้ำพันเอาไว้ ให้ทำแบบนี้แต่ละวันตรงเวลา 1 สัปดาห์ แล้วสารทำลายเชื้อไวรัสในใบโหระพาจะช่วยฆ่าหูดให้ท่านเอง
  • เปลือกกล้วย ให้ใช้ภายในของเปลือกกล้วยเช็ดรอบๆที่เป็นหูดบ่อยๆ เนื่องจากโพแทสเซียมในกล้วยอาจช่วยทำให้หูดหายได้เร็วเพิ่มขึ้น หรืออีกแนวทางหนึ่งบางทีอาจนำเปลือกกล้วยมาตัดให้มีขนาดเล็กกว่าเทป เอาข้างในของเปลือกกล้วยปิดทับลงบนหูด และหลังจากนั้นก็ค่อยนำเทปผ้ามาปิด ปล่อยทิ้งไว้เป็นเวลา 1 วัน โดยให้ทำแบบนี้ทุกวี่ทุกวันจวบจนกระทั่งหูดจะหายไป
  • เบกกิ้งโซดา ให้ผสมผงฟูหรือเบกกิ้งโซดารวมทั้งน้ำมันละหุ่งเข้าด้วยกันจนเป็นเนื้อครีม จากนั้นให้นำมาทาลงบนหูดในช่วงกลางคืนโดยใช้ปลาสเตอร์ยาปิดเอาไว้ แล้วจึงแกะปลาสเตอร์ออกในตอนเช้าวันต่อไป วิธีนี้สามารถทำซ้ำได้เรื่อยตามสมควร
  • แอปเปิ้ลไซเดอร์วีนีการ์ (Apple Cider Vinegar – ACV) ให้ใช้น้ำส้มสายชูหมักจากแอปเปิ้ล แล้วนำสำลีก้อนขนาดพอให้ปิดหูดได้จุ่มในน้ำส้มสายยก จากนั้นให้ปิดด้วยปลาสเตอร์ยาทิ้งไว้ 1 คืน โปรดจดจำไว้ว่า แนวทางลักษณะนี้อาจจะก่อให้รู้สึกแสบได้ จำต้องแปลงสำลีทุกเมื่อเชื่อวัน รวมทั้งติดไว้ทุกคืน ต่อไปหนึ่งสัปดาห์เม็ดหูดจะเริ่มหลุดลอกออก
  • จุ่มหูดลงไปในน้ำสับปะรด เพราะในน้ำสับปะรดจะมีเอนไซม์ที่ช่วยละลายหูดได้
  • น้ำหล่อเลี้ยงจากต้นแดนดิไลออน (Dandelion) ให้เลือกต้นดินแดนดิไลออนใหม่ๆมาหนึ่งต้น หักก้านออกเป็น 2 ท่อนแล้วใช้น้ำเลี้ยงสีขาวขุ่นที่ไหลซึมออกมาจากก้านทาลงบนหูด โดยให้ทำเช่นนี้วันละ 3-4 ครั้ง แล้วหลังจากนั้นให้ใช้หินภูเขาไฟมาขูดเพื่อเอาชั้นผิวที่ตายแล้วออก โดยให้ทำอย่างสม่ำเสมอกระทั่งหูดหายไป
  • น้ำร้อน เป็นวิธีเบื้องต้นโดยการจุ่มบริเวณที่เป็นหูดลงในน้ำที่ร้อนมากๆซึ่งความร้อนจะทำให้หูดนุ่มขึ้นและบางทีอาจช่วยฆ่าเชื้อไวรัสได้ แม้กระนั้นพึงระวังอย่าให้น้ำร้อนเกินจนกระทั่งลวกเท้า (เสนอแนะว่าอุณหภูมิของน้ำควรน้อยกว่า 60 องศาเซลเซียส)
  • น้ำร้อนแล้วก็หินภูเขาไฟ ให้แช่หูดลงในน้ำร้อนจนตราบเท่าหูดเริ่มนุ่ม แล้วใช้หินภูเขาไฟหยาบสำหรับผลัดเซลล์ผิวขัดบริเวณหูดจนกระทั่งเจอชั้นผิวจริง จุ่มสำลีก้านลงในน้ำยาฟอกขาวแล้วเอามาสัมผัสบนหัวหูดราวๆ 15 นาที (อาจแสบบ้างนิดหน่อย) เสร็จแล้วให้ล้างออกโดยการใช้นำที่สะอาด
  • น้ำร้อนรวมทั้งเกลือทะเล ให้แช่รอบๆที่เป็นหูดลงในน้ำเกลืออุ่นๆเป็นเวลา 10-15 นาที เพื่อหูดนุ่มขึ้น แล้วต่อจากนั้นให้ขูดเอาชั้นผิวที่ตายแล้วบนหูดออกไปโดยใช้ตะไบเล็บหรือหินภูเขาไฟ ก็เลยนำเกลือทะเลเม็ดใหญ่มาถู ติดปลาสเตอร์ยาหรือเทปทับลงไปเพื่อเม็ดเกลือยังอยู่กับที่ แล้วก็คอยเปลี่ยนปลาสเตอร์ยาใหม่ภายหลังจากอาบน้ำ เสร็จแล้วให้ล้างมือให้สะอาดเพื่อคุ้มครองปกป้องการแพร่ไปของเชื้อหูด
  • ทานอาหารที่ช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทาน ได้แก่ กระเทียม มัน เมล็ดทานตะวัน ขนมปังโฮลเกรน ข้าว อื่นๆอีกมากมาย
  • รับประทานกระเทียมประเภทแคปซูล โดยให้กินวันละ 2 ครั้ง ต่อเนื่องกันยาวนานหลายสัปดาห์ แล้วหูดจะเริ่มหลุดออกในช่วง 1-2 สัปดาห์แรก แต่ให้ทานต่อไปอย่างสม่ำเสมอตราบจนกระทั่งหูดจะหายหมด แล้วก็ให้นำน้ำมันกระเทียมมาทาทับรอบๆที่เป็นหูดประมาณ 1-2 ครั้งต่อวัน เป็นเวลา 1 เดือน


 
ส่วนคนที่ต้องการจะสั่งยาไปใช้พื้นฐานผมจะแนะนำรวมทั้งอธิบายรายละเอียดตัวยาที่เหมาะสมครับผม เนื่องจากลักษณะของหูดแต่ละคนเป็นต่างกัน บางคนเป็นแบบแบนราบ แบบเส้นแหลมๆยื่นออกมา และเป็นแบบติ่งเนื้อแจ่มแจ้ง แล้วก็ยังมีกรณีผู้หญิง ผู้ชาย ด้านนอกรวมทั้งภายใน ตรงนี้เองที่เป็นปัจจัยต่างๆที่จะต้องเลือกใช้ยาให้ถูกล่ะสมควรเพื่อการดูแลรักษาที่มีคุณภาพสูงสุดและก็ได้ผลนะครับ มาเริ่มกันครั้งละตัวครับผม
1. ยา aldara ยาชนิดนี้เป็นยาที่ออกฤทธิ์กระตุ้นให้ผิวหนังรอบๆที่ซับยาสร้างภูมิต้านทานต้านเชื้อหูดเหมาะสมกับผู้ที่เป็นระยะแรกๆแล้วก็สังเกตุมองเห็นไว หูดยังเป็นเพียงแต่เม็ดคล้ายผื่นช่วงเวลาราวๆ 1-2 สัปดาห์ สามารถใช้ยา aldara เพียงแค่ตัวเดียวแต้มวันเว้นวันได้เลยครับผม ยังพอทำให้หูดแห้งลงได้ด้วยเหตุว่ามีขนาดเล็ก โดยธรรมดาจะใช้ราว3-4 ซองนะครับ ทาต่อเนื่องวันเว้นวัน
 (ยาตัวนี้หาคนไหนกันเป็นอยู่เวลานี้และก็หาซื้อไม่ได้สามารถติดต่อสั่งมาได้นะครับ ยินดีจัดส่งให้โดยไม่คิดค่าจัดส่งขอรับ คิดเฉพาะค่ายา ซองละ 220 บาทเพียงแค่นั้นครับผม )
2 ยา Podo ยาตัวนี้เป็นยามาตรฐานที่ใช้รักษาหูดหงอนไก่กันแพร่หลาย ทั้งคลีนิค และ โรงพยาบาลต่างๆเหมาะกับหูดที่เริ่มจะขยายตัวเป็นติ่งชัดเจน ระยะมากยิ่งกว่า 1 ข้างขึ้นไป ควรที่จะใช้ podo แต้มเพื่อหูดยุ่ยรวมทั้งหลุดออกโดยด่วน และก็ทันเวลาก่อนจะแผ่ขยายเพิ่มจำนวนเกินกว่าจะรักษาด้วยการใช้ยาแต้มหูได้ โดยมากจะยุ่ยและก็หลุดภายใน 3 ครั้งและก็เมื่อหลุดหมดก็จะสามารถทา aldara ต่อได้เพื่อกันไม่ให้กลับมากำเนิดซ้ำ แต่ว่าหากตอนนี้จะใช้ aldara รักษาบางบุคคลต้องใช้กันเป็นกล่อง มากกว่า 10 ซองกว่าหูดจะเริ่มยุ่ย และยา aldara ไม่สมควรใช้ต่อเนื่องเป็นเวลายาวนานกว่า 16 สัปดาห์อ้างอิงตามวิธีใช้ เนื่องจากมีสารซับควรที่จะใช้แม้กระนั้นพอควรตามความเหมาะสม
 (ปกติผมจะคนที่เป็นระยะนี้จะมีเยอะๆผมจะเสนอแนะให้ใช้อย่างละ 1 ตัว คู่กัน โดยใช้ podo 1 ขวด รวมทั้ง aldara เพียงแค่ 1 ซองแค่นั้น อยากจะให้สั่งไปเท่าที่มีความจำเป็นจริงๆหากยาหมดค่อยติดต่อสั่งมาเพิ่มเป็นครั้งๆไปนะครับ เพราะผมไร้คุณค่าจัดส่งก็เลยไม่จำเป็นที่ต้องสั่งไปตุนไว้ขอรับ)

3. Wart no more เดี๋ยวนี้เป็น wart control ยาชนิดนี้้ถือว่าเป็นยารักษาหูดหงอนไก่ที่ดีเยี่ยมที่สุดในขณะนี้ ครับ
ยาตัวนี้เป็นยารักษาหูดที่สำเร็จและควบคุมการกระจายเชื้อได้ดีมากมายเพราะเหตุว่าเป็นยาศูนย์รวมจุดเด่นของทั้ง 2 ตัวแรกไว้ร่วมกัน รวมทั้งเป็นยาตัวเดียวที่มีตัวยาควบคุมเชื้อไวรัส HPV ได้ทำให้โอกาสกลับมาเป็นซ้ำแทบจะไม่มีเลยนอกจะเมื่อหายแล้วไปติดโรคมาโดยตรงจากผู้ที่มีเชื้อครับเป็นยาที่ได้รับการยอมรับและก็แพร่หลายในอเมริกา และก็เริ่มจะมีแพร่หลายใน รพ.เอกชน แต่โดยรวมทุกจังหวัดยังจัดว่าน้อยเพราะตัวยาที่มีราคาสูง ไม่สามารถที่จะเข้าถึงผู้ที่มีงบจำกัด ( ยาผมจะสั่งไว้ปริมาณนึงสำหรับเพียงพอที่จะจัดส่งได้ในแต่ละเดือนครับ ยาขวดละ 1600.- ถ้าเกิดคนใดกันแน่พึงพอใจสั่งก็ทดลองสอบถามผมก่อนนะครับเนื่องจากผมนำเข้ามาทีละไม่มากมายตอนสิ้นเดือนอาจจะไม่มีของโดยปกติผมจะจัดส่งหมดตั้งแต่กลางเดือนแรกครับ แม้กระนั้นถ้าหากคนไหนมีบัตรเครดิต สามารถสั่งซื้อได้จาก amazon จะมีขายปลีกเป็นขวดๆนะครับ ผมจะแนบลิงค์ตัวอย่างไว้ให้ขอรับ
 
ผลข้างเคียงของโรคหูดหงอนไก่

  • นอกจากรูปแบบของรอยโรคที่ไม่น่าดูแล้ว สำหรับเพื่อการติดเชื้อเชื้อไวรัสสายพันธุ์ร้ายแรง เช่น สายพันธุ์ 16, 18 ยังอาจจะส่งผลให้กำเนิดโรคมะเร็งในระบบแพร่พันธุ์รวมทั้งมะเร็งทวารหนักได้ด้วย ส่วนผลข้างเคียงอื่นๆก็ขึ้นอยู่กับตำแหน่งของรอยโรค อาทิเช่น อาจมีเลือดออกหลังมีเพศสัมพันธ์ ซึ่งมีสาเหตุจากการมีหูดด้านในปากมดลูก
  • ในหญิงตั้งท้อง หูดหงอนไก่อาจโตขึ้นจนกีดกั้นคลอดกระทั่งทำให้เด็กคลอดออกมาตรากตรำ หรือเชื้อบางทีอาจเข้าไปในปากหรือคอของเด็กในขณะคลอด ทำให้เกิดหูดในกล่องเสียงซึ่งมีลักษณะอาการนานับประการ ตั้งแต่เสียงแหบไปจนกระทั่งมีการอุดกั้นของกล่องเสียง ทำให้เด็กออกเสียงหรือหายใจมิได้
  • ในกลุ่มชายรักชายจะเจอหูดหงอนไก่รอบทวารหนักหรือในทวารหนักได้มากกว่าคนทั่วไป ซึ่งการรักษาในตำแหน่งดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้นจะทำเป็นยากมากมาย เพราะไม่ว่าจะใช้ยาหรือใช้วิธีการผ่าตัด หูดหงอนไก่ก็มักจะเกิดซ้ำได้หลายครั้ง การได้รับการรักษาบ่อยมากจึงอาจจะส่งผลให้เกิดทวารหนักตีบและมีปัญหาสำหรับในการขับถ่ายตามมาได้ ส่วนก้อนที่อยู่ลึกเข้าไปในทวารหนักอาจโตมากมายจนถึงทำให้คนไข้มีอาการท้องผูก ในบางครั้งอาจมีเลือดออกหรือบิดขั้วจนจำต้องผ่าตัดเร่งด่วนหรือจะต้องสูดดม นอกจากนั้นยังพบได้บ่อยการติดเชื้อเอชพีวีสายพันธุ์ 16 ร่วมด้วยอยู่เป็นประจำซึ่งจะชมรมกับการเกิดโรคมะเร็งทวารหนักได้
  • กำเนิดหูดหงอนไก่ที่เดินหายใจ (Recurrent Respiratory Papillomatosis – RRP)หมายถึงตั้งแต่โพรงจมูกลงไปจนถึงถุงลมในปอด มักพบได้มากที่สุดที่กล่องเสียง ทำให้ผู้เจ็บป่วยมีอาการเสียงแหบหรือเกิดการอุดกั้นทางเท้าหายใจกระทั่งเสียชีวิตได้ ในเด็กมักมีต้นเหตุจากการตำหนิดเชื้อจากแม่ในระหว่างการคลอดจากที่กล่าวมา ส่วนในคนแก่พบบ่อยว่ามีสาเหตุมาจากการร่วมเพศทางโพรงปาก หากแม้ภาวะนี้จะเป็นภาวะที่เจอได้ไม่บ่อย (พบได้ราว 1-4 ต่อสามัญชน 100,000 คน) แต่ว่าถ้าเกิดเกิดแล้วจะสร้างความปวดร้าวทรมาณต่อผู้เจ็บป่วยอย่างใหญ่โต
  • หัวข้อการรักษาที่เรื้อรังแล้วก็ค่าใช้สอยที่เกิดขึ้นอย่างมหาศาล เนื่องจากว่าในผู้ใหญ่ชอบจบด้วยการผ่าตัดเพื่อลดขนาดของก้อนหูดเพื่อช่วยเรื่องทางเดินหายใจ ซึ่งการผ่าตัดอย่างนี้จะทำเป็นยากมากมายตั้งแต่ขั้นตอนการดม ที่คนเจ็บบางทีอาจขาดอากาศหายใจได้เป็นบางช่วง นอกเหนือจากนี้ตามธรรมชาติแล้วรอยโรคก็มักจะกระจัดกระจายไปทั่ว ก็เลยทำให้ไม่สามารถกำจัดออกหมดได้ด้านในครั้งเดียว แล้วก็บางทีอาจจำเป็นต้องได้รับการผ่าตัดมากยิ่งกว่า 5 ครั้งในชีวิต ส่วนในเด็กมักควรต้องได้รับการผ่าตัดโดยเฉลี่ย 4.4 ครั้งต่อปี รวมแล้วโดยประมาณ 19.7 ครั้งในช่วงชีวิต จึงนำมาซึ่งการก่อให้เกิดผลกระทบตามมาเป็นรอยแผล สำเร็จทำให้หลอดลมตีบและก็หายใจได้ตรากตรำในระยะยาว
ต้องการสั่งซื้อยา ปรึกษาแนะนำบอกต่อ เบอร์ 092-9899456 คุณนิธิพล
#หูดหงอนไก่ #ขายยารักษาหูด #แพทย์ชี้แนะ #แพทย์ช่วยได้ #ส่วนตัว

Tags :  ยาโพโด, wart no more