ผู้เขียน หัวข้อ: RENOVATE รับตกแต่งออกแบบคอนโด ร้านกาแฟ ภายใน ทำร้านเครื่องสำอางค์ มีภาพจำลอง3D ต  (อ่าน 5 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออนไลน์ Cloudsupachai111

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 33765
  • เพศ: ชาย
    • ดูรายละเอียด
ให้บริการ - ค่าผลิต คิดตามจำนวนเฟอร์นิเจอร์ในแบบ ไม่มีขั้นต่ำ
Renovate, Innovate,  ออกแบบร้านกาแฟ RENOVATE รับตกแต่งออกแบบคอนโด ร้านกาแฟ ภายนอก ทำร้านอาหาร มีภาพจำลอง3D ติดต่อ เรามีสำนักงาน 2 สาขาที่กรุงเทพ และหัวหิน
งานออกแบบปรับปรุงห้องชุดพักอาศัย
โครงการ : NOBLE ORA ซ.ทองหล่อ
style : MODERN CLASSIC

พื้นที่ใช้สอย : 70 ตร.ม.
ค่าออกแบบ : 390 บ./ตร.ม.
ขั้นตอนออกแบบเสร็จสิ้น กำลังดำเนินการผลิต


 
ชงกาแฟให้กลมกล่อม
กาแฟอาราบิก้า ชื่อวิทยาศาสตร์ Coffea arabica L. จัดอยู่ในตระกูลเข็ม (RUBIACEAE)
ต้นกาแฟอาราบิก้า เป็นพืชพื้นเมืองของทวีปอัฟริกา บริเวณประเทศเอธิโอเปีย แต่ว่าชาวอาหรับเป็นชาติแรกที่นำกาแฟมาชงดื่ม จึงทำให้ชื่อภาษาละตินของกาแฟใช้คำว่า “อาราบิก้า” (arabica) ที่หมายถึงชาวอาหรับ โดยต้นกาแฟจัดเป็นไม้พุ่มขนาดเล็ก ที่มีความสูงของต้นโดยประมาณ 2-4 เมตร ในขณะนี้เพาะปลูกกันมากมายในเขตร้อนชื้นและครึ่งเย็น
ใบกาแฟอาราบิก้า ใบเป็นใบเดี่ยว ออกเรียงตรงข้าม ลักษณะของใบเป็นรูปขอบขนานหรือรูปไข่ ปลายใบแหลม โคนใบแหลมบางส่วน ส่วนขอบของใบเรียบ ใบมีขนาดกว้างราว 8-12 ซม. แล้วก็ยาวราว 15-20 ซม. แผ่นใบเรียบเป็นเงา ครั้งคราวเป็นคลื่น มีหูใบอยู่ระหว่างก้านใบ
ดอกกาแฟอาราบิก้า ออกดอกเป็นช่อตามซอกใบ กลีบดอกไม้เป็นสีขาว ติดกันเป็นหลอด ดอกมีกลิ่นหอมยวนใจ
ผลกาแฟอาราบิก้า ผลได้ผลสด ลักษณะของผลเป็นรูปไข่แกมทรงกลม โดยผลอ่อนจะเป็นสีเขียว แม้กระนั้นเมื่อสุกแล้วจะเปลี่ยนเป็นสีแดงจุดแข็งของกาแฟอาราบิก้าเป็นมีกลิ่นหอมรวมทั้งสารกาแฟสูง ทำให้เมื่อดื่มแล้วรู้สึกได้ถึงความแคล่วคล่องว่องไว กระปรี้กระเปร่า โดยกาแฟชนิดนี้จะมีจำนวนของคาเฟอีนต่ำ เป็นกาแฟที่มีคุณภาพสูง มีความหอมไม่ด้อยกว่าคนไหนกันแน่ ก็แค่ยังไม่มีชื่อเสียงเท่าไรนัก เพราะเหตุว่าขาดการช่วยสนับสนุนและการประชาสัมพันธ์ที่ดี ในประเทศไทยมีการปลูกกาแฟประเภทนี้กันมากมายทางภาคเหนือบนดอยสูง
กาแฟโรบัสต้า ชื่อสามัญ Robusta coffee
ชื่อวิทยาศาสตร์ Coffea canephora Pierre ex A.Froehner (ชื่อพ้องวิทยาศาสตร์ Coffea robusta L.Linden)
ต้นกาแฟโรบัสต้า ลำต้นเติบโตมาจากรากแก้ว มีลักษณะเป็นข้อและก็ปล้อง โคนใบจะอยู่ตามข้อของลำต้น เมื่อต้นโตขึ้นใบจะหล่นไป โคนใบมีตา 2 ชนิด คือ ตาบนและตาล่าง ตาบนจะแตกกิ่งออกมาเป็นกิ่งกิ้งก้านที่ 1 ลักษณะเป็นกิ่งนอนขนานกับพื้นดินมีข้อแล้วก็บ้อง แต่ละข้อจะมีกลุ่มตาดอกที่จะติดเป็นผลกาแฟต่อไป ส่วนตาล่างจะแตกออกเป็นกิ่งตั้ง กิ่งจะตั้งชันขึ้นไปเหมือนลำต้น และไม่ติดผล แต่สามารถสร้างกิ่งกิ้งก้านที่ให้ดอกผลได้ ซึ่งเรียกเป็นกิ่งแขนงที่ 1 เช่นกัน รวมทั้งกิ่งกิ่งก้านสาขาที่ 1 ยังสามารถแตกกิ่งแขนงต่อไปได้อีกเป็นกิ่งแขนงที่ 2 และก็กิ่งกิ่งก้านสาขาที่ 2 ก็สามารถแตกเป็นกิ่งกิ้งก้านที่ 3 ได้อีก โดยกิ่งกิ้งก้านเหล่านี้จะเกิดในลักษณะเป็นคู่สลับเยื้องกันบนลำต้นหรือกิ่งตั้ง เมื่อมีการตัดลำต้นกาแฟ ตาล่างบนลำต้นจะแตกกิ่งตั้งขึ้นมา กิ่งก็จะแตกเป็นกิ่งกิ่งก้านสาขาที่ 1, 2 และ 3 หลังจากนั้นก็จะมีการสร้างดอกรวมทั้งผลกาแฟถัดไป โดยต้นกาแฟนั้นจะสามารถขยายพันธุ์ด้วยแนวทางเพาะเมล็ด
ใบกาแฟ ใบเป็นใบเดี่ยว เกิดที่ข้อเป็นคู่ตรงกันข้ามกัน โคนใบแล้วก็หลายใบเรียวแหลม ส่วนขอบใบหยักเป็นคลื่น กึ่งกลางใบกว้าง ผิวใบเรียบนุ่มวาว มีปากใบอยู่ด้านท้องใบ แต่ละใบจะมีปากใบโดยประมาณ 3 ล้านถึง 6 ล้านรู โดยปากใบโรบัสต้าจะมีขนาดเล็กกว่าปากใบของกาแฟอาราบิก้า แต่ว่าจะมีจำนวนไม่ใช่น้อยกว่า อายุใบประมาณ 250 วัน ส่วนก้านใบนั้นมีขนาดสั้น
ดอกกาแฟ ปกติแล้วดอกกาแฟจะออกเป็นดอกผู้เดียวสมบูรณ์เพศ มีกลีบราว 4-9 กลีบ ส่วนกลีบเลี้ยงมี 4-5 ใบ มีเกสร 5 อัน และมีรังไข่ 2 ห้อง ในแต่ละห้องของรังไข่จะมีไข่ 1 ใบ ผลกาแฟจึงมีเม็ด 2 เม็ด ดอกจะออกเป็นกลุ่มๆบริเวณโคนใบบนข้อของกิ่งกิ้งก้านที่1, 2 หรือ 3 กรุ๊ปดอกแต่ละข้อจะมีดอกราว 2-20 ดอก ดอกจะออกมาจากกิ่งกิ่งก้านสาขาจากข้อที่อยู่ใกล้กับลำต้นออกไปพบปลายกิ่งแขนง โดยทั่วไปแล้วต้นกาแฟจะมีดอกตามข้อของกิ่ง ข้อที่ออกดอกออกผลแล้วในปีถัดไปก็จะไม่มีดอกและให้ผลอีก
ผลกาแฟ ผลมีลักษณะเป็นทรงรี ก้านผลสั้น ผลดิบเป็นสีเขียว เมื่อสุกแล้วจะเปลี่ยนเป็นสีเหลือง สีส้ม แล้วก็สีแดง ผลกาแฟจะมีเปลือก เนื้อที่มีสีเหลือง (เมื่อสุกมีรสหวาน) รวมทั้งกะลาที่ห่อหุ้มเม็ด ช่วงระหว่างกะลากับเมล็ดจะมีเยื่อบางๆที่หุ้มห่อเมล็ดอยู่ ซึ่งเราเรียกว่า “เยื่อห่อหุ้มเมล็ด” ในแต่ละผลจะมี 2 เม็ดประกบกันอยู่ ก้านที่ประกบกันจะอยู่ด้านในมีลักษณะแบน มีร่องตรงกลางเม็ด 1 ร่อง ส่วนข้างนอกโค้ง รูปแบบของเม็ดจะเป็นเมล็ดคนเดียวหรือเม็ดโทน ในบางครั้งแม้การผสมเกสรไม่สมบูรณ์ จะทำให้ผลติดเม็ดเพียงเม็ดเดียว (คิดเป็นราว 5-10%) ซึ่งจะมีลักษณะเป็นรูปกลมรีทั้งเมล็ด มีร่องตรงกลาง 1 ร่อง เมล็ดประเภทนี้จะเรียกว่า “พีเบอร์รี่“
จุดเด่นของกาแฟโรบัสต้า โดยส่วนใหญ่แล้วพวกเราจะนำกาแฟโรบัสต้ามาผลิตเป็นกาแฟสำเร็จรูป หรือนำมาผสมกับกาแฟอาราบิก้าบางส่วน เพื่อผลิตเป็นกาแฟคั่วบดให้มีรสชาติที่ผิดแผกออกไป สำหรับกาแฟโรบัสต้านั้นมีลักษณะเด่นในเรื่องของบอดี้ เมื่อดื่มแล้วจะรู้สึกได้ถึงความนุ่ม เปียกแฉะคอ กาแฟประเภทนี้จะมีปริมาณของคาเฟอีนสูงกว่ากาแฟอาราบิก้าเป็น 2 เท่า กาแฟโรบัสต้าในประเทศไทยจะมีการเพาะกันมากทางภาคใต้บนที่ราบ อาทิเช่นที่จังหวัดนครศรีธรรมราชและจังหวัดชุมพร
Drip : กระบวนการนี้เกิดมาราวๆปี ค.ศ. 1905 ในเยอรมันนีซึ่งถัดมาในปี คริสต์ศักราช 1908 ก็ได้เป็นที่รู้จักอย่างมากมายของผู้ใช้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่ถูกใจชงกาแฟดื่มเองที่บ้าน
กรรมวิธีการชงกาแฟแบบ Drip : จะทำโดยการใช้น้ำร้อนหรือหยดน้ำร้อนผ่านกาแฟบด หลังจากนั้นให้ของเหลวผ่านกระดาษกรอกหรือ filter สำหรับที่ใช้ชงกาแฟแบบ drip ลงไปยังภาชนะรองรับ ซึ่งเมื่อผ่าน filter อาจจะมีการเสียรสชาติไปบ้างแม้กระนั้นไม่มากมาย ซึ่งถือว่าเป็นแนวทางที่ง่ายเหมาะสำหรับทำที่บ้านได้ด้วยตัวเอง สามารถใช้ได้กับการชงกาแฟในจำนวนมากกว่า 1 แก้วได้อย่างสบาย โดยจะมีเครื่องต้มกาแฟ ชื่อ drip maker หรือ coffee machine ที่หาซื้อได้อย่างง่ายดาย
French Press : กรรมวิธีนี้เกิดขึ้นราวปี 1850 โดยนักออกแบบชาวอิตาเลียน การชงกาแฟโดยวิธีการแบบนี้นั้น ต้องมีเครื่องชงกาแฟแบบ French press ซึ่งหาซื้อได้อย่างง่ายดายตามท้องตลาด ทำให้ได้รสชาติของกาแฟที่จริงจริงแต่ถึงอย่างไรก็ไม่ต้องกังวลกับเศษหรือกากกาแฟที่หลุดลอดออกมานะเนื่องจากนั่น เป็นเสน่ืห์ของวิธีแบบนี้ ซึ่งกาแฟที่ได้จะไม่ clean เท่าแบบ Drip ก็ไม่ต้องสะดุ้ง
ขั้นตอนการชงกาแฟแบบ French Press : ก็ไม่ยุ่งยาก
ขั้นที่ 1 : พวกเราควรจะมีกาแฟบดก่อนซึ่งจำเป็นต้องใช้กาแฟบดที่หยาบหน่อยนะเพราะเหตุว่าถ้าหากเราบดละเอียดมากเลย ผงกาแฟจะหลุดลอดที่กรองของเครื่องชงได้
ขั้นที่ 2 : เพิ่มเติมผงกายุบดลงไปในเครื่องชง ใช้กาแฟราวๆ 7 กรัม
ขั้นที่ 3 : เติมน้ำร้อนลงไปราว 1/3 ของแก้วรอคอยให้กาแฟซึมน้ำซัก 30-40 วินาที แล้วเพิ่มน้ำร้อนเข้าไปจนถึงเต็ม
ขั้นที่ 4 : เอาฝามาปิด อย่าลืมนะก่อนปิดฝาให้ดึงตะแกรงขึ้นกระทั่งสุดก่อน ปิดฝาทิ้งเอาไว้ราวๆ 4 นาที
ขั้นที่ 5 : กดที่กรองลงมาเพื่อดันเศษกาแฟลงไปข้างล่างต่อจากนั้นก็รินใส่ถ้วยกินได้ในทันทีเลย
Espresso : แนวทางการนี้เกิดขึ้นราวปี คริสต์ศักราช 1901 ในเมืองมิลาน ประเทศอิตาลี หลายๆท่านบางครั้งก็อาจจะรู้จักกับชื่อนี้อย่างมากมาย รวมทั้งอาจจะมีการเกิดความสับสนเสมือนผมในครั้งกระโน้นว่า มันเป็น ชื่อพันธุ์กาแฟ หรือไม่ก็สูตรกาแฟดำที่ชื่อ เอสเปรสโซ่ ที่จริงแล้ว Espresso ชื่อนี้เป็นแนวทางการชงกาแฟ มาจากภาษาละตินที่แสดงว่า ดัน หรือ กด รวมทั้งกาแฟที่ได้จากเครื่องนี้ก็จะเรียกว่า “กาแฟเอสเปรสโซ่” ซึ่งก็จะเป็นต้นทางของกระบวนการทำกาแฟสูตรต่างๆดังเช่นว่า Latte, Mocha, Cappuccino, Macchiato หรือ Espresso con Panna ฯลฯ
Chemex : แนวทางลักษณะนี้เกิดขึ้นในปี คริสต์ศักราช 1931 ซึ่ง ไม่ค่อยแพร่หลายเท่าใด โดย Chemex คือ กรวยชงกาแฟชนิดหนึ่ง โดยลักษณะก็จะคล้ายๆกับการ Drip ที่ใช้น้ำร้อนเทใส่ผงกาแฟรวมทั้งผ่านกระดาษกรองลงไป แต่ว่ากรรมวิธีนี้เป็นศิลปะอย่างหนึ่งที่ทุกขั้นตอนจะทำด้วยมือตั้งแต่การบดจะไปถึงการเทน้ำร้อนใส่ผงกาแฟ
Cupping : กระบวนการนี้ใช้สำหรับนักชิมกาแฟ หรือ Master Taster โดยก่อนที่จะผู้สร้างกาแฟจะส่งขายไปยังลูกค้าจะต้องมีการชิมกาแฟก่อน ซึ่งผู้ลองกาแฟก็จะชงกาแฟด้วยวิธี Cuppingหมายถึงบดกาแฟที่อยากได้ชิมรสชาติ ตัวอย่างเช่น กาแฟ 1 จำพวกก็จะคั่ว 3 ระดับเป็น อ่อน กึ่งกลาง และ เข้ม จากนั้นก็เอามาบดแล้วใส่ผงกาแฟลงในถ้วยแก้ว 3 ถ้วยแล้วต่อจากนั้นก็เพิ่มน้ำร้อนลงไป พอเพียงถึงขนาดตอนการชิม เค้าก็จะเอาช้อนเฉือนหรือตักผงกาแฟที่ลอยอยู่ออกแล้วก็เริ่มกระทำลองกาแฟได้เลย
สรรพคุณของกาแฟ

  • คาเฟอีนสามารถช่วยขยายหลอดเลือดแดงที่หล่อเลี้ยงหัวใจได้ จึงทำให้เลือดไปหล่อเลี้ยงหัวใจได้มากขึ้น แต่ในขณะเดียวกันก็มีฤทธิ์ทำให้เส้นเลือดแดงบริเวณศีรษะหดตัว ซึ่งก็เป็นการช่วยลดอาการปวดศีรษะจากไมเกรนได้อีกด้วย
  • การดื่มกาแฟหลังอาหาร สามารถช่วยละลายไขมัน ทำให้ไขมันเกิดการแตกตัว และให้พลังงานทดแทนได้ อีกทั้งกาแฟยังมีประโยชน์ต่อกระเพาะโดยตรง โดยจะช่วยทำให้น้ำย่อยที่กระเพาะและตับอ่อนมีเพิ่มขึ้น จึงทำให้ไขมันถูกเผาผลาญ การดื่มกาแฟจึงมีส่วนในการช่วยลดความอ้วนได้
  • ช่วยลดการเกิดโรคตับจากสุรา จากสำรวจพบว่ากาแฟสามารถช่วยลดผลร้ายที่มีต่อตับได้ แต่ในส่วนนี้ยังต้องมีการวิจัยต่อไปว่าสารชนิดใดที่เป็นสารออกฤทธิ์ และมีผลต่อสาเหตุอื่นที่ทำให้เกิดโรคตับแข็งหรือไม่นอกจากแอลกอฮอล์ ส่วนอีกจากการศึกษาที่ทำการศึกษากับผู้ดื่มกาแฟจำนวน 125,000 คน โดยพบว่าการดื่มกาแฟเพียงวันละ 1 แก้ว ก็สามารถทำให้ความเสี่ยงของการเป็นโรคตับแข็งลดลง 20% และถ้าดื่มวันละ 4 แก้ว ก็จะสามารถช่วยลดอัตราเสี่ยงได้สูงถึง 80%
ขั้นตอนกล้วยๆที่จะเป็นแถวทางสู่บ้านในฝัน
การออกแบบด้วยคนเขียนแบบนั้นนับเป็นสิ่งจำเป็นอย่างมากสำหรับเพื่อการก่อสร้างบ้าน นักออกแบบที่เก่ง จะช่วยไขปัญหาการจัดสรรพื้นที่ ช่วยให้บ้านของพวกเรางดงาม มีสไตล์ แถมยังอยู่สบายสอดคล้องกับการใช้ชีวิตของผู้อาศัยในบ้าน แม้กระนั้นถ้าหากต้องการสร้างบ้านข้างหลังเล็ก เน้นการพักอาศัยอย่างง่าย การออกแบบบ้านด้วยตนเองเป็นอีกหนึ่งแนวทางซึ่งสามารถทำได้ จุดเด่นเป็นการติดต่อสื่อสารกับช่างก่อสร้างให้ได้ทราบถึงความต้องการของพวกเราเอง รวมทั้งกระบวนการสื่อสารที่ง่ายที่สุดสำหรับเพื่อการสร้างบ้าน นั่นคือการวาดแบบแปลนบ้านนั่นเองครับ สำหรับวันนี้ “บ้านไอเดีย” ขอนำแนวทางดีไซน์บ้านด้วยตัวเองอย่างง่าย โดยจะย้ำไปถึงการจัดสรรพื้นที่ พร้อมด้วยวาดแผนผังแบบแปลนในบ้านด้วยตัวเอง เพื่อนำแบบแปลนดังที่กล่าวถึงแล้วไปให้ผู้รับเหมาก่อสร้าง หรือบางทีอาจส่งต่อให้สถาปนิกวาดแบบแปลนมาตรฐาน เพื่อจะได้นำไปต่อยอดเป็นแบบแปลนบ้านใช้งานจริงกันขอรับ
1. ตรวจสอบที่ดิน : ก่อนที่จะถึงกับขนาดตอนการออกแบบบ้าน อย่างแรกที่สำคัญเป็นอย่างมากคือการศึกษาเล่าเรียนแปลงที่ดินของพวกเราเองอย่างรอบคอบ ที่ดินมีหน้ากว้างกี่เมตร ลึกกี่เมตร ทิศไหนอยู่ด้านไหนบ้าง การสำรวจแนวทางนี้เพื่อที่จะให้เราได้วางผังบ้านได้อย่างเหมาะสม สอดคล้องกับลักษณะของอากาศ ลมและก็แสงอาทิตย์ ขนาดของที่ดินยังบอกถึงขนาดและก็ทรงของบ้าน ตัวอย่างเช่น มีที่ดิน 40 ตำรวจม. แม้กระนั้นอยากได้พื้นที่ใช้สอย 200 ตร.ม แน่นอนว่าต้องวางแบบเป็นบ้าน 2 ชั้นแค่นั้น แล้วก็การออกแบบต้องเผื่อขอบเขตระยะร่นตามกฎหมายกำหนดไว้ (อ่านข้อบังคับระยะร่น)
2. กำหนดสไตล์ : การเลือกสไตล์ของบ้าน เป็นการระบุขอบเขต วัตถุประสงค์ เพื่อให้จินตนาการของความอยากมีความแจ่มแจ้งมากขึ้น ผู้อ่านบางทีอาจขับขี่รถท่องเที่ยวไปยังสถานที่ต่างๆพักรีสอร์ท เลิศบ้านเพื่อน หรือถ้าเกิดให้สบายหน่อยก็เพียงคลิกเข้าชมเว็บบ้านไอเดีย แบบอย่างบ้านกลุ่มนี้พวกเราสามารถนำมาปรับใช้ ระบุกระบวนการดีไซน์บ้านในฝันของพวกเราได้ แต่ว่าต้องขอย้ำให้ทราบกันก่อนว่า เราสามารถนำออกแบบมาปรับใช้ได้ แต่ไม่สามารถไปลอกแบบได้ครับผม ยกเว้นจะได้รับอนุญาตจากเจ้าของบ้านหรือผู้ครอบครองแบบโดยตรง โดยธรรมดาแล้วสไตล์ของบ้านมีค่อนข้างจะมากมาย ไทยปรับใช้ , Vintage , Loft , Minimal , Tropical , หรืออาจเลือกเอกลักษณ์ของบ้านจากต่างประเทศ อาทิเช่น บ้านสไตล์ทัสคานี เป็นต้น ทั้งหมดทั้งปวงนี้ไม่มีความจำเป็นที่ต้องมีส่วนประกอบที่แบบเดียวกัน ไม่จำเป็นต้องเป๊ะ เราอาจประสมประสานรวมแต่ละสไตล์ เลือกจุดที่ชอบเอามาปรับใช้เพื่อให้แปลงเป็นสไตล์ของเราเองได้เช่นเดียวกันขอรับ เผชิญที่ไหน ถ่ายรูปเก็บไว้ หรือถ้าถูกใจตัวอย่างแบบบ้านในเว็บบ้านไอเดีย ก็บางทีอาจจะเซฟลิงค์เก็บไว้ เผื่อตอนใช้งานจริงจะได้ค้นหาข้อมูลพบ การเลือกสไตล์บ้านที่ดี เว้นแต่ความชอบพอส่วนตัวแล้ว สถานที่ก่อสร้างเป็นสิ่งที่จำเป็น ควรออกแบบบ้านให้เหมาะสม คล้ายคลึงหรือดูเข้ากับสถานที่ ชุมชนที่พักที่อาศัยด้วยครับผม
3. เขียนสิ่งที่มีความต้องการลงไป : ก่อนที่จะมีการดีไซน์ของจำเป็นเป็นอย่างมาก เป็นการวิเคราะห์ความจำเป็น ขั้นตอนนี้จำเป็นที่จะต้องสนทนากันทั้งครอบครัว มีสมาชิกกี่คน อยากได้อะไรบ้าง อยากได้แบบไหน มีเฉลียง เฉลียงระเบียง มีกี่ห้องนอน กี่ห้องอาบน้ำ เป็นคนมักจะทำครัวหรือเปล่า ห้องรับแขก ห้องดูทีวี ห้องทำงาน ปัญหาพวกนี้แต่ละบ้านย่อมมีความไม่เหมือนกัน โดยยิ่งไปกว่านั้นสิ่งที่ต้องการหลักรากฐาน เป็นต้นว่า ปริมาณห้องนอน ส้วม ฯลฯ
4. ระบุขนาด : เมื่อรู้ความปรารถนาแล้ว ระบุขนาดพื้นที่ใช้สอยของแต่ละห้องลงไป อยากให้กว้าง ยาว กี่เมตร การกำหนดขนาดแต่ละห้องจะช่วยทำให้สามารถพินิจพิจารณาหาพื้นที่ใช้สอยรวมทั้งสิ้นได้ ผลพินิจพิจารณานี้จะมีผลให้การออกแบบบ้านเด่นชัดเพิ่มขึ้น รวมทั้งยังช่วยทำให้เรารู้อีกว่า เราควรจะสร้างบ้านกี่ชั้นถึงจะเหมาะสม ถ้ามีที่ดินอยู่แล้วจำเป็นที่จะต้องวางแบบให้สอดคล้องกับที่ดิน แม้กระนั้นถ้าเกิดยังไม่มีที่ดิน การกำหนดขนาดพื้นที่ใช้สอย จะก่อให้พวกเราหาซื้อที่ดินได้ตามขนาดที่ต้องการ การกำหนดขนาดนี้ยังสามารถนำไปอิงกับการประมาณราคาก่อสร้างได้อีกด้วยครับ
5. กำหนดตำแหน่ง ทิศทาง : การออกแบบแผนผังบ้านที่ดีควรจะออกแบบให้สอดคล้องกับธรรมชาติ เพื่อให้การพำนักภายในบ้านเป็นไปอย่างเหมาะควรที่สุด โดยรวมแล้วจะนึกถึงแนวทางของแดด รวมทั้งแนวทางลม โดยแดดจะส่องมากมายในทิศตะวันตก ทิศใต้ ห้องที่อยากได้แสงสว่างมาก เป็นห้องที่อยากกำจัดความชุ่มชื้น เป็นต้นว่า ห้องอาบน้ำ ห้องครัว ห้องล้าง ส่วนห้องที่ต้องการแสงพอเพียงเหมาะสม เป็นต้นว่า ห้องนอน , ห้องรับแขก , ห้องทำงาน , ห้องดูหนัง เนื่องจากว่าแม้แสงมากเกินความจำเป็นอาจหมายถึงความร้อนที่มากขึ้นด้วยเหมือนกันขอรับ
6. สำหรับทิศทางลม ลมมีสองทิศทางหลัก ทิศเหนือและทิศใต้ขึ้นอยู่กับฤดู (ทิศใต้มีลมเข้า 8-9 เดือน ทิศเหนือ 2-3 เดือน) ซึ่งถ้าเกิดอ้างอิงร่วมกับทิศทางแดด แดดด้านทิศใต้จะค่อนข้างแรงแทบตลอดทั้งวัน ส่วนทิศเหนือแดดจะร่มเกือบจะตลอดวัน คนไทยจึงนิยมสร้างบ้านให้เบือนหน้าไปทางทิศเหนือ แม้กระนั้นก็มีเยอะแยะเหมือนกันที่เลือกหันหน้าไปทางด้านทิศใต้ เพื่อต้องการรับกระแสลมเกือบจะตลอดทั้งปี ทั้งนี้ก็มิได้เป็นความจำกัดแต่อย่างใด เนื่องจากว่าการใช้งานของแต่ละบ้านนั้นแตกต่างกัน บางท่านบางทีอาจดีไซน์เพื่อเน้นการใช้ข้างบ้าน , ข้างหลังบ้าน ก็ขึ้นอยู่กับการใช้งานจริงด้วยครับ
7. ลองวาด : เครื่องไม้เครื่องมือรากฐานที่สุดที่ใช้เพื่อการวาดแปลนเป็นดินสอ + กระดาษ A4 หรือนักอ่านถนัดใช้เครื่องมือใดก็สามารถเลือกได้ตามอยากได้ อีกทั้งวาดด้วยมือหรือใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์มาช่วยก็สามารถทำได้ด้วยเหมือนกันขอรับ แนวทางวาดแบบแปลน วาดเป็นมุมภาพ 2D โดยให้คิดถึงการมองภาพที่นำมาจากบนหลังคาบ้าน ซึ่งบางทีอาจต้องทำความเข้าใจกับเครื่องหมายฐานรากกันสักนิด เป็นต้นว่า ประตู หน้าต่าง ส่วนห้องอื่นๆสามารถวาดเป็นสี่เหลี่ยมในแบบห้องทั่วๆไป ดังนี้ถ้าหากคนอ่านไม่รู้เรื่องสัญลักษณ์ ก็ไม่คือปัญหาใด เพียงวาดแล้วก็เขียนคำอธิบายประกอบร่วมด้วย ให้เพียงพอติดต่อได้ตรงกัน เพียงเท่านี้ก็สามารถนำไปคุยกับช่างรับเหมาได้แล้วขอรับ
 
ข้อควรทราบก่อนการสร้างบ้าน
สถานที่ตั้งบ้าน ความสำคัญของสถานที่ตั้งบ้านนั้นเป็นความสำคัญลำดับแรกที่เราต้องคิดก่อนที่จะก่อสร้างบ้าน เนื่องจากพวกเราจำเป็นต้องคิดถึงการเดินทางระหว่าง บ้านไปยัง สถานที่ทำงาน,โรงเรียน ,ตลาด,ศุนย์การค้าขาย,สถานีรถไฟฟ้า,ราคาที่ดิน เป็นต้น ในสมัยก่อนทำเลที่ดีเป็นทำเลที่จำต้องอยู่กลางเมืองเหตุเพราะระบบรถยนต์สาธารณะยังไม่ครอบคลุมเสมือนอย่างตอนนี้ ทำให้ผู้คนต่างก็ไปกลุ่มกันอยู่ในเมืองเพียงอย่างเดียว ผิดกับปัจจุบันที่ทำเลที่ตั้งที่ดีเป็นทำเลที่อยู่ไกล้รถไฟฟ้า, ก่อนที่พวกเราจะนึกถึงการสร้างบ้านเราจำเป็นต้องมองหาบริเวณที่เราสามาถเข้าถึงระบบขนส่งสาธารณะกลุ่มนี้ได้อย่างสะดวกที่สุด รวมทั้งความปลอดภัยของย่านที่อยู่ที่จำต้องไม่ดูเปลี่ยวจนกระทั่งเกินความจำเป็น ในเวลากลางคืนอีกด้วย ตัวอย่างเช่นการซื้อบ้านที่อยู่ในหมู่บ้านบางครั้งอาจจะรู้สึกอุ่นใจกว่าการสร้างบ้านเดียวที่แต่ละข้างหลังตั้งอยู่ห่างกันจำนวนไม่ใช่น้อยเป็นต้น รวมทั้งอย่ามุ่งหวังกับโครงงานต่างๆที่ยังไม่รู้จักว่าจะเกิดเมื่อใดหรือเกิดจริงๆหรือไม่ก็ไม่เคยรู้ดังเช่น บริเวณนั้นจะมีรถไฟฟ้าสายใหม่ๆผ่าน ทางด่วน หรือ ถนนผ่าน เนื่องจากพวกเราไม่บางทีอาจรับประกันได้ว่ามันจะเกิดเมื่อใด(นอกจากการซื้อเพื่อเก็งกำไร) ควรเลือกจากภาวะตอนนี้ที่เยี่ยมที่สุด จะดียิ่งกว่านะครับ
จะกลบดินสูงขนาดไหนดีนะ อันนี้เป็นคำถามยอดฮิตก่อนการก่อสร้างบ้านอย่างยิ่งจริงๆ บางบุคคลบอก 50 ซม บ้างก็ว่า 30 ซึม ก็พอแล้วบางคนบอก 1 เมตรไปเลย แล้วจริงๆมันควรจะถมมากแค่ไหนหละ คำตอบของเรื่องนี้คือ แล้วแต่ความชื่นชอบนะครับไม่มีการกำหนดที่แน่นอนก็แค่มันจะต้องสูงขึ้นยิ่งกว่าระดับถนนหนทางคอนกรีตหรือถนนลาดยางหน้าบ้านพวกเรา ราวๆ 50 ซม ก็เพียงพอ แต่ถ้าหากถนนหน้าบ้านเป็นถนนดินแดงก็ให้เพิ่มความสูงของระดับดินถมเป็น 1 ม.เพื่อเป็นการรองรับความสูงของถนนที่จะเพิ่มสูงมากขึ้นจากการลาดยางหรือทำถนนคอนกรีตในอนาคตนั้นเอง อีกสาเหตุนึงคือระดับน้ำท่วมสูงสุดในบริเวณนั้น ถ้าสามารถหาข้อมูลได้เราก็ควรจะถมที่ดินให้สูงยิ่งกว่าระดับดังกล่าวมาแล้วข้างต้นประมาณ 50 เซนติเมตรขึ้นไป
การถมดินเพื่อก่อสร้างบ้านเจ้าของบ้านจำเป็นจะต้องเผื่อการยุบตัวของดินด้วยครับผม เป็นเพื่มจำนวนดินถมสูงมากขึ้นไปอีก 30 % เพื่อเผื่อให้ดินได้เซ็ตตัวหรือยุบ นั้นเอง อย่างเช่น จะถมดินสูง 50 ซม แต่ให้กลบดินไว้ที่ระดับ65 ซมนั้นเอง แล้วก็ควรกลบดินไว้ก่อนจะมีการก่อสร้างบ้านอย่างน้อย 4-6 เดือนยิ่งทิ้งไว้ผ่านหน้าฝนซักครั้งจะยิ่งทำให้ดินแน่นมากยิ่งขึ้นทำให้ลดปัญหาดินทรุดหลังสร้างบ้านได้อย่างดีเยี่ยม
แนวทางแดดลม กับ การวางตำแหน่งบ้าน หลายคนบางครั้งอาจจะคิดว่าไอ้เรื่องเหล่านี้ มันจะสำคัญอะไรมากไม่น้อยเลยทีเดียวนักจะปลูกบ้านที่ไหนมันก็มีลมทั้งหมดล่ะ แล้วก็ที่สำคัญพวกเราก็เปิดเครื่องปรับอากาศตลอดทั้งวันอยู่แล้วไม่เห็นมีอะไรน่ากังวล ใครกำลังเริ่มจะมีความนึกคิดแบบงี้มั้งขอรับ หากมีเสนอแนะว่าให้อ่านประเด็นนี้ก่อนและก็หลังจากนั้นจึงค่อยมาคิดอีกทีครับ
เพราะอะไรจำต้องมองทิศทางแดด-ลม ก่อนที่จะมีการวางตำแหน่งบ้าน ก็เพราะว่าพวกเราอาจไม่ได้อยากต้องการนอนในห้องนอนที่แสนจะร้อนในช่วงกลางคืนหรือต้องอุดอู้อึดอัดอยู่ในบ้านที่ไม่มีลมระบายเลย เรื่องพวกนี้ค่อนข้างจะละเอียดลออ มีข้อสังเกตุหลายแบบในการวางตำแหน่งบ้านเพื่อบ้านอีกทั้งข้างหลังเป็นบ้านที่อยู่อย่างสบาย สุขสบาย และประหยัดพลังงาน
ธรรมดาแสงอาทิตย์ของบ้านเราจะวิ่งเป็นแนวทิศตะวันออกแล้วอ้อมโค้งไปด้านใต้ก่อนที่จะตกในทิศตะวันตก จะมีผลให้ทิศใต้ไปจนถึงทิศตะวันตกได้รับแสงสว่างสูงที่สุดของวันเป็นตั้งแต่หลังเที่ยงไปจนถึงห้าโมงเย็น ด้านนี้ควรต้องเป็นส่วนหลังบ้านรวมทั้งส่วนซักล้างหรือกิจกรรมอื่นที่ต้องการแสงเป็นจำนวนมากๆส่วนทางทิศตะวันออกจะได้รับแสงสลัวๆในเวลาเช้าและก็แสงจะแรงมากเพียงแค่ตอน 10 นาฬิกาเช้าตรู่จนถึงเที่ยงซึ่งก็แค่เพียง 3 ดู ยิ่งทิศเหนือแล้วยิ่งได้รับแดดต่ำที่สุด 2 ด้านนี้จึงเหมาจะวางตำแหน่งของห้องพักผ่อนที่อยากแสงสว่างรบกวนน้อย ดังเช่นว่า ห้องนอนและห้องรับแขก
เรานิยมวางแนวด้านแคบของตัวบ้านหันไปทางทิศทางรับแดด เพื่อผนังที่รับแดดมีน้อยที่สุด ทำให้ผนังสามาถดูดกลืนความร้อนในจำนวนน้อยแล้วก็ทำให้ในบ้านไม่ร้อนจนเหลือเกินในกลางคืน เนื่องจากธรรมชาติของฝาผนังปูนนั้นจะดูดความร้อนเมื่อแดดส่องแล้วก็จะถ่ายเทความร้อนออกมาในตอนกลางคืน ดังนั้นหากผนังบ้านถูกแดดตะวันตกน้อยก็จะมีผลให้ความร้อนที่จะถ่ายออกมาช่วงเวลากลางคืนมีน้อยเช่นกัน
ส่วนลมนั้นลมประจำฤดูของบ้านเราจะพัดจากทิศตะวันออกเฉียงเหนือซึ่งจะพัดพาอากาศหนาวจากจีนมาในตอนหน้าหนาว รวมทั้ง จากทิศตะวันตกเฉียงใต้ที่จะพัดพาความชื้นจากทะเลมาในฤดูร้อนและฤดูฝน บ้านที่ดีด้านยาวของบ้านควรต้องหันเข้าพบแนวทางลมเพื่อลมธรรมชาติพัดเข้าตัวบ้านเพื่อระบายความร้อนออกไปให้ได้มากที่สุดรวมทั้งทำให้ออมค่าไฟฟ้าสำหรับแอร์ข้างในบ้านฯลฯ
 
 
ออกแบบ เพื่อนำเสนอห้าง
โครงการ : ร้านอาหาร / เครื่องดื่ม
style : cottage style

พื้นที่ใช้สอย : 40 ตร.ม.
ค่าออกแบบ : 220 บ./ตร.ม.


รับทำออกแบบ Design & RE-NOVATE BUILD มีจำลอง3D ติดต่อ
สาขากทม. 098 292 4496 หัวหิน 094 982 2636

เครดิตบทความจาก : http://www.alldecorate.com/

Tags : ออกแบบเคาน์เตอร์,รับออกแบบร้านอาหาร,ออกแบบบ้าน